เสียงของเ้าหนูมิติดังขัดจังหวะความคิดขึ้นมา "ไปหาเขาก็ไร้ประโยชน์"
ชูชิงชะงัก ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ "ทำไมล่ะ? ไหนเธอบอกว่าอ่านใจลุงต้าลี่ไม่ได้ไง?"
"อย่าเข้าใจผิดสิ ข้าบอกว่าอ่านใจต้าลี่ 'ก่อน' ที่เขาจะความจำเสื่อมไม่ได้ต่างหาก ไม่ได้แปลว่าจะอ่านใจเขาตอนที่ความจำเสื่อมไปแล้วไม่ได้เสียหน่อย ตอนนี้สมองเขาขาวสะอาด ข้าอ่านทะลุปรุโปร่งเลยล่ะ"
ชูชิงหน้ามุ่ยด้วยความหนักใจ "ถ้าลุงต้าลี่ไม่ใช่ตัวเลือก... งั้นก็เหลือแค่เถาอี้เฉินคนเดียวน่ะสิ แต่หมอนั่นเ็ายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก จะไปร้องไห้ได้ยังไง?"
"เื่นั้นท่านต้องไปหาวิธีเอาเอง ข้าบอกได้แค่ว่า ตราบใดที่มีธาตุอาหารนั้น การปลูกสมุนไพรในมิติจะช่วยร่นระยะเวลาการเติบโตได้ถึงห้าสิบเท่า ข้อเสนอนี้ยั่วยวนใจไม่พอรึไง?"
มันยั่วยวนใจมากถึงมากที่สุดเลยล่ะ ลองจินตนาการดูสิ ถ้าปลูกโสมแค่ปีเดียว แต่ได้คุณภาพเท่ากับโสมอายุห้าสิบปี... ไม่ว่าจะคำนวณยังไง นี่มันธุรกิจที่กำไรมหาศาลชัดๆ
"แต่ว่า... เขาอยู่ไกลถึงเมืองหลวง กว่าจะได้เจอกันคงอีกนาน"
มิติเงียบกริบ ไม่ตอบโต้ใดๆ อีก
ชูชิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ให้ทำให้เถาอี้เฉินหลั่งน้ำตาเนี่ยนะ? นอกจากจะยากแสนเข็ญแล้ว ยังเสี่ยงตายเกินไปหน่อยไหม แต่ผลประโยชน์จากการปลูกสมุนไพรในมิติมันช่างหอมหวานเหลือเกิน เพื่อปากท้องและความร่ำรวยในอนาคต ต่อให้น่ากลัวแค่ไหนก็คุ้มที่จะเสี่ยง
หลังจากออกจากมิติ ชูชิงจัดการขุดสมุนไพรป่าอย่างพวกปู๋กงอิง (แดนดิไลออน) ใส่กระติกมาจำนวนหนึ่ง แม้จะขายไม่ได้ราคามากนัก แต่ตากแห้งเก็บไว้ชงดื่มบำรุงสุขภาพคนในครอบครัวได้
ราวหกโมงเย็น ชูชิง ชูเฉียน และหลี่ต้าเหวินก็ลงมาจากเขาและกลับถึงบ้าน แต่ไม่พบฉินซูหลาน มีเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งแปะไว้ที่ประตูห้องโถง ลายมือขยุกขยิกเขียนไว้ว่า "ไปส่งข้าวที่ +"
ชูชิงเดาได้ทันทีว่าเครื่องหมายบวก (+) นั่น ยายตั้งใจจะวาดสัญลักษณ์กาชาดแทนคำว่า 'โรงพยาบาล' เพราะเขียนง่ายกว่าเยอะ
หลี่ต้าเหวินเดินเข้าไปในห้องโถง เห็นหมั่นโถวแป้งผสมวางจานใหญ่อยู่บนโต๊ะกินข้าว ก็หัวเราะร่า "ชิงชิง พวกเราล้างมือกินข้าวกันก่อนเถอะ เสร็จแล้วหลานสองคนก็เฝ้าบ้านนะ เดี๋ยวตาจะออกไปรับยายที่โรงพยาบาล..."
ทันใดนั้น เสียงคุ้นเคยของฉินซูหลานก็ดังมาจากหน้าประตูรั้ว "ไม่ต้องไปรับหรอก กลับมาแล้วจ้า" ตามมาด้วยเสียงผู้ชายที่ดูขี้เล่น "ลุงหลี่ครับ มื้อนี้ผมขอฝากท้องด้วยคนนะครับ"
กู้เฉียนนั่นเอง เขาเป็คนขับรถไปส่งฉินซูหลานกลับมาจากโรงพยาบาล หลังจากที่ยายแวะไปส่งข้าวให้ต้าลี่ ด้วยความเกรงใจและไม่อยากเอาเปรียบใคร ยายจึงชวนเขากินข้าวเย็นที่บ้าน ซึ่งกู้เฉียนก็ตอบรับอย่างไม่อิดออด เดินดุ่มๆ เข้ามาในลานบ้านอย่างคุ้นเคยราวกับเป็ลูกหลานคนหนึ่ง
หลี่ต้าเหวินรีบเดินออกมาต้อนรับ กู้เฉียนไม่รอให้ใครแนะนำตัว ชิงพูดขึ้นก่อนอย่างนอบน้อม "สวัสดีครับลุงหลี่ ผมชื่อกู้เฉียน เป็เพื่อนของต้าลี่กับชูชิงครับ"
หลี่ต้าเหวินจับมือชายหนุ่มเขย่าอย่างกระตือรือร้น "ขอบใจมากนะพ่อหนุ่มที่อุตส่าห์มาส่งยายแก่นี่ถึงบ้าน เข้ามาๆ มานั่งพักข้างในก่อน"
กู้เฉียนฉีกยิ้มหวาน "ยายแก่อะไรกันครับ ป้าหลี่ยังดูสาวอยู่เลย ลุงหลี่เองก็ยังดูหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยว..." เื่ปากหวานก้นเปรี้ยวนี่ขอให้บอก เขาถนัดนักล่ะ
คุยกันไม่กี่ประโยค สองหนุ่มต่างวัยก็เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย นั่งดวลหมากรุกกันอย่างสนุกสนาน ส่วนชูชิงกับยายก็เข้าครัวไปเตรียมอาหารเพิ่ม เพราะมีแขกมาเยือน กับข้าววันนี้เลยจัดเต็มกว่าปกติ
วัตถุดิบสดใหม่จากสวนหลังบ้านถูกเนรมิตเป็เมนูแสนอร่อย ทั้งยำแตงกวารสจัดจ้าน มะเขือเทศผัดไข่สีสวย ถั่วฝักยาวตุ๋นกากหมูหอมฉุย และซุปถั่วเขียวร้อนๆ กากหมูในยุคสมัยที่น้ำมันพืชหายากถือเป็ของดีที่ช่วยเจริญอาหารได้เป็อย่างดี
หลังมื้ออาหารค่ำผ่านพ้นไป กู้เฉียนยังไม่รีบกลับ เขาเรียกชูชิงไปคุยที่มุมหนึ่งแล้วกระซิบเสียงเบา "นี่... อี้เฉินกำลังเดินทางมานะ คาดว่าคงถึงตัวอำเภอราวๆ เที่ยงคืนนี้ คืนนี้เขาคงพักที่โรงแรมรับรอง แล้วพรุ่งนี้เช้าเขาจะเข้ามาที่นี่เพื่อขอบคุณพวกเธอในนามของตระกูลเถา"
ชูชิงลืมความกลัวเื่ที่คิดว่าเถาอี้เฉินจะมาแก้แค้นไปเสียสนิท ในหัวตอนนี้มีแต่เป้าหมายเดียว... 'น้ำตา' ของเขา
"พี่กู้คะ หนูมีเื่อยากถามเกี่ยวกับเถาอี้เฉินหน่อย"
"ว่ามาเลย น้องอยากรู้อะไร พี่ตอบได้ตอบหมด"
"ดีค่ะ... งั้นหนูถามนะ ปกติแล้วต้องเจอสถานการณ์แบบไหน เถาอี้เฉินถึงจะร้องไห้คะ?"
กู้เฉียนตาถลนด้วยความใ "ถามบ้าอะไรเนี่ย? ั้แ่โตมาด้วยกันพี่ยังไม่เคยเห็นน้ำตามันสักหยด"
ชูชิงสบถในใจ งานหินจริงๆ ด้วย การจะรีดน้ำตาจากคนไร้หัวใจมันจะยากเย็นขนาดไหนกันนะ? แต่เพื่อไร่สมุนไพรในมิติ เธอจะถอดใจไม่ได้เด็ดขาด
"พี่กู้คะ พี่อยากเห็นเขาร้องไห้ไหม?"
คราวนี้กู้เฉียนยิ่งงงเป็ไก่ตาแตก "น้องชูชิง... ในหัวน้อยๆ ของเธอคิดอะไรอยู่ฮะ? พี่บอกว่าอี้เฉินจะมาขอบคุณเธอ แล้วทำไมเธอถึงอยากให้เขาร้องไห้? เพื่ออะไร?"
ความจริงบอกไม่ได้ ชูชิงเลยแถสีข้างถลอก "พี่ไม่คิดบ้างเหรอคะ ว่าการทำให้คนที่ไม่เคยร้องไห้หลั่งน้ำตาออกมาได้ มันเป็ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สุดๆ"
กู้เฉียนส่ายหน้าพรืด "พี่ว่าความคิดเธอพิลึกพิลั่นกว่าอี้เฉินมันเสียอีก พี่ไม่เอาด้วยหรอก ขอเตือนเลยนะ รีบล้มเลิกความคิดนี้ซะ ไม่งั้นคนที่ต้องเสียน้ำตาจะเป็เธอเอง"
ชูชิงถอนหายใจ "ต่อให้ฉันต้องร้องไห้ แต่ถ้าแลกกับน้ำตาเขาได้สักหยด มันก็คุ้มค่ะ"
กู้เฉียนมองสำรวจเด็กสาวตรงหน้าั้แ่หัวจรดเท้า "อายุสิบสองสิบสาม ตัวก็กะเปี๊ยกเดียว... นี่อย่าบอกนะว่าเริ่มมีความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟ?"
ชูชิงยิ้มแห้ง "พี่เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วค่ะ หนูไม่ได้พิศวาสอะไรเถาอี้เฉินเลย รักแรกอะไรไม่มีทั้งนั้น หนูแค่อยากรู้เฉยๆ ว่าเวลาเขาร้องไห้หน้าตาจะเป็ยังไง"
"ชูชิงเอ๊ย...ยิ่งเด็กยิ่งต้องจำไว้ 'ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวได้' วันนี้พี่จะสอนบทเรียนชีวิตให้..."
"ไม่ต้องมาสอนเลยค่ะ พี่แค่บอกว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยก็พอ" ชูชิงตัดบทเสียงแข็ง ก่อนจะงัดไม้ตายออกมา "อย่าลืมนะคะ หยกนั่นฉันคืนให้เถาอี้เฉิน เขาได้กินโสมของฉัน เขาก็ไม่ติดค้างอะไรฉันแล้ว... แต่พี่น่ะสิ พี่ยังไม่ได้ให้อะไรหนูเลยนะ โสมก็กินเข้าไปแล้ว บุญคุณก็ยังติดค้างอยู่... คนระดับพวกพี่ถือเื่บุญคุณต้องทดแทนไม่ใช่เหรอคะ? นี่เป็โอกาสดีเลยนะที่พี่จะได้ใช้หนี้บุญคุณหนู"
เจอทวงบุญคุณกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้ กู้เฉียนคนรักศักดิ์ศรีก็ไปไม่เป็
"ก็ได้ๆ ช่วยก็ช่วย ถ้าสำเร็จถือว่าหายกัน แต่ถ้าล้มเหลว... ไว้ค่อยว่ากันอีกทีนะ" รับปากไปแบบกึ่งจำยอม พลางคิดในใจว่าถ้าอี้เฉินรู้เข้า เขาคงโดนซ้อมน่วมแน่ๆ
ชูชิงยิ้มแก้มปริ "ฉันแค่อยากได้น้ำตาเขาสักหยดเดียว พี่มีแผนไหมคะ?"
กู้เฉียนเกาหัวแกรกๆ "ยากแฮะ... คนอย่างมันใช้ไม้อ่อนซาบซึ้งใจไม่ได้ผลหรอก ขนาดตอนพ่อแท้ๆ เสียมันยังไม่ร้องไห้สักแอะ คงต้องใช้แผนสกปรก... เอาเป็ว่า พอเขามาถึง เ้าชวนเขากินข้าว แล้วหลอกให้เขาช่วยหั่นหัวหอมดีไหม? เจอฤทธิ์หัวหอมเข้าไป ร้อยทั้งร้อยต้องน้ำตาเล็ด"
"จะเวิร์คเหรอคะ?" ชูชิงลังเล
"น่าจะพอลุ้นนะ ถ้าไม่ได้ผล... เดี๋ยวพี่หาจังหวะเผลอ ต่อยจมูกมันเปรี้ยงเดียว รับรองน้ำตาร่วง"
ชูชิงนึกภาพเถาอี้เฉินผู้เก่งกาจในชาติก่อนแล้วก็ส่ายหน้า กู้เฉียนที่ดูบอบบางขนาดนี้จะไปต่อยใครเขาได้ มีหวังโดนสวนกลับทีเดียวจอด
"พี่กู้คะ หนูว่าเอาแบบนี้ดีกว่า... คืนนี้พี่กลับไปที่อำเภอ ไปปรึกษาลุงเฝิง... เอ้ย ผู้อำนวยการเฝิงดูสิคะ ว่ามียาอะไรที่ทำให้คนร้องไห้ได้บ้าง หรือมีจุดชีพจรไหนที่กดแล้วน้ำตาไหล? ถ้าแผนหั่นหัวหอมล้มเหลว ยาของหมอเฝิงอาจจะเป็ไม้ตายก้นหีบของเรา"
กู้เฉียนดีดนิ้วเปาะ "ฉลาดมาก ไอเดียดี เดี๋ยวพี่กลับไปถามให้เดี๋ยวนี้เลย พรุ่งนี้เช้าพี่จะรีบบึ่งรถมาก่อนที่อี้เฉินจะมาถึง"
"เยี่ยมเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่กู้"
"อย่าเพิ่งรีบขอบคุณ รอให้รอดไปได้ก่อนเถอะ... และที่สำคัญที่สุด ห้ามบอกอี้เฉินเด็ดขาดว่าพี่ร่วมมือกับเธอ ไม่งั้นพี่ศพไม่สวยแน่"
