“ตาย!”
สองมือของซุนเฟยกำอากาศที่ว่างเปล่าหลวมๆ ก่อนจะปรากฏขวานคู่ม่วงเขียวออกมาในมือ พละกำลังที่น่าเกรงขามของคนเถื่อนเลเวล 21 ก็พลันะเิออกมา แม้ว่าจะไม่มีเปลวไฟคลื่นพลังที่สวยงามเหมือนคนอื่นๆ แต่แค่พละกำลังที่มาจากร่างกายล้วนๆ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนใ ขวานคู่ม่วงเขียวถูกเหวี่ยงไปในอากาศอย่างรวดเร็วจนตัวขวานดูเลือนราง ทิ้งไว้เพียงเงาขวานสองสาย ขวานโจมตีไปที่มีดโค้งสีเหลืองของนักฆ่าทั้งสองคนที่ลอบโจมตีเขา
ติ้ง ติ้ง!
ประกายไฟกระจายไปทั่วสารทิศ เหมือนพลุไฟที่สวยงาม
ในแง่ของพละกำลังเพียงอย่างเดียว เห็นได้ชัดว่าพละกำลังของคนเถื่อนเลเวล 21 จัดว่าอยู่ในระดับเหนือกว่ายอดฝีมือในระดับเดียวกัน ซุนเฟยดีดมีดโค้งสีเหลืองกลับไป พละกำลังมหาศาลที่ะเิออกมาอย่างฉับพลัน ทำให้แววตาของสองนักฆ่าปรากฏความแปลกใจออกมา นี่เป็เื่ที่พวกเขาต่างคาดไม่ถึง พวกเขาไม่รู้สึกถึงความผันผวนของคลื่นพลังใดๆ จากตัวาาน้อยคนนี้ แต่พละกำลังกลับมหาศาลนัก
เมื่อซุนเฟยใช้ขวานคู่ผลักมีดโค้งออกไป เปิดใช้ทักษะ 'ะโ' ของคนเถื่อน ะโออกไปในพริบตา ลอยคว้างอยู่กลางอากาศไล่ตามแพรีส ฮิลตัน ตอนนี้ซุนเฟยไม่สนใจที่จะปกป้ององค์หญิง เพราะแองเจล่าคู่หมั้นของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
ความเร็วของนังหมูตัวเมียเร็วมาก เพียงชั่วพริบตาก็ไปลอยอยู่บนอากาศด้านหน้าของแองเจล่า
“ไสหัวไป!”
เปลวไฟคลื่นพลังสองสี หนึ่งฟ้าหนึ่งแดงก็ประกายขึ้นมา แลมพาร์ดและพัศดีโอเลเกร์พยายามปกป้องแองเจล่าอย่างสุดกำลัง แลมพาร์ดมีความแข็งแกร่งระดับสามดาว ด้วยการะเิพลังออกมาทั้งหมด เขาได้สร้างเปลวไฟธาตุน้ำสีฟ้าที่สวยงามออกมา ก่อนที่มันจะค่อยๆ ทะยานขึ้นสู่ฟ้า ปกคลุมแองเจล่าที่อยู่ด้านหลังและโอเลเกร์ที่อยู่ข้างๆ จากนั้นเขาดึงดาบั์สีดำที่อยู่ด้านหลังของเขาออกมาจนเกิดเสียงดังชิ้ง ท่ามกลางเสียงคลื่นน้ำกระทบกัน เปลวไฟคลื่นพลังสีฟ้าขนาดั์ราวกับคลื่นที่กำลังถาโถมอย่างบ้าคลั่งในทะเล มันร้องคำรามขณะที่ถาโถมไปทางแพรีสที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ความแข็งแกร่งของพัศดีโอเลเกร์ค่อนข้างแย่มาก เขาพยายามอดทนต่ออาการาเ็บนร่าง โอเลเกร์โยนดาบออกไป คลื่นพลังสีแดงค่อยๆ ก่อตัวเป็แส้อยู่กลางอากาศก่อนจะฟาดออกไปที่แพรีส
แพรีสที่ยังลอยอยู่บนอากาศ ยกยิ้มมุมปากอย่างเ็า มือเรียวบางกดเบาๆ ที่กลางอากาศ
ตูม ตูม!
คลื่นพลังสีฟ้าและแส้เพลิงก็พลันสลายในชั่วพริบตา แลมพาร์ดและโอเลเกร์ ทั้งสองคนเหมือนถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง เืพุ่งออกมาพร้อมๆ กับร่างที่กระเด็นออกไป ก่อนจะร่วงลงมาที่แท่นหินบูชา
แม้ว่าทั้งสองคนจะร่วมมือกัน แต่ก็ไม่สามารถรับมือนางได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
แม้แต่จะยื้อเวลาให้ซุนเฟยมาถึงที่นี่ก็ทำไม่ได้
เงาร่างขาวกะพริบวูบหนึ่ง ก่อนแพรีสจะไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของแองเจล่า
มือบอบบางอ่อนนุ่มเหมือนไม่มีกระดูกที่เด็ดดอกกุหลาบสีแดงก่อนหน้านี้ ค่อยๆ ยื่นมากำรอบคอระหงส์ของแองเจล่า ขณะที่มืออีกข้างก็สะบัดโจมตีไปที่สาวน้อยผมทองเจ็มม่าที่วิ่งเข้ามาจนกระเด็นออกไป มุมปากของแพรีสยังคงแย้มยิ้มอยู่เหมือนเดิม ดวงตาคู่สวยของนางจับจ้องไปที่ซุนเฟยที่กำลังทะยานเข้ามา ในดวงตาของนางไม่ปกปิดถึงความสนุกสนานสักนิด ทำให้ในใจของซุนเฟยพลันรู้สึกหนักหน่วงเหมือนกับจะจมลงไปเรื่อยๆ
ในระหว่างที่มา ผู้หญิงคนนี้ก็กำชีวิตของแองเจล่าได้อย่างง่ายดาย
“ปล่อยนางซะ!”
ซุนเฟยจำใจต้องหยุดอยู่ห่างนางห้าเมตร ในใจระส่ำระส่าย ขวานคู่ม่วงเขียวในมือพลันสลายไป ดวงตาของเขาแหลมคมยิ่งกว่าลูกศรเวทมนตร์ จับจ้องไปที่ร่างของแพรีส ซุนเฟยแทบอยากจะสังหารนังโสโครกนี่ให้ตาย
“คิก ฮ่าๆๆๆ ตื่นเต้นหรือ?”
รอยยิ้มของแพรีสยังคงรื่นเริง ใบหน้าขาวใสไร้ที่ติของนางทำให้ผู้คนรู้สึกทุกข์ทรมานไปกับเสน่ห์ นางไม่แม้แต่จะสนใจสายตาทิ่มแทงของซุนเฟย เพียงแค่กำคอของแองเจล่าเบาๆ ส่วนอีกมือก็สางผมสีดำยาวสลวยของแองเจล่าให้เข้าที่ด้วยท่าทางสนิทสนม เหมือนเป็เพื่อนสาวคนสนิท
“าาน้อย เ้ายังจำคำพูดที่เพิ่งพูดเมื่อครู่ได้หรือไม่? ฮึๆ ผู้หญิงของเ้าจะต้องถูกขอทานโสโครกรุมย่ำยี จากนั้นจะถูกขายเข้าไปในค่ายทหารไปเป็โสเภณี...เป็อย่างไรเล่า ตอนนี้กลัวหรือไม่? เ็ปหรือเปล่า? ฮ่าๆๆๆ าาน้อย เข้ามาสิ คุกเข่าคลานเข้ามาเหมือนขอทาน แล้วจูบที่เท้าของข้า ขอร้องข้า จากนั้นบางทีข้าก็อาจจะไว้ชีวิตเ้า!”
ในใจของซุนเฟยยิ่งหนักหน่วงกว่าเดิม
ผู้หญิงคนนี้เป็คนบ้า
คำพูดเมื่อครู่ของนาง ทุกคำทุกประโยคซุนเฟยจำได้ดี
เห็นได้ชัดว่า สาเหตุที่แพรีสลงมือกับแองเจล่า สาวน้อยที่อ่อนแอไร้ซึ่งพลังใดๆ เป็เพราะคำพูดของซุนเฟยประโยคนั้นประโยคเดียว...ผู้หญิงคนนี้ สวยเหมือนดอกไม้ สง่าสมบูรณ์แบบ มีเสน่ห์น่ารักใคร่ ชุดสีขาวที่ปลิวไปกับสายลม ทำให้นางดูไม่ต่างอะไรจากเทพธิดา แต่กลับมีจิตใจเหมือนปีศาจ จิตใจที่วิปริตดื้อรั้นเหนือความเข้าใจและจิตนาการของทุกคน ดวงตาของนางเหมือนพลอยตาแมวที่กำลังส่องประกายเหี้ยมโหดประหนึ่งกำลังเล่นเกมแมวล่าหนู นางออกแรงกำรอบคอของแองเจล่าขึ้นทีละนิด ทำให้ลมหายใจของสาวน้อยคนนี้เริ่มหอบถี่ จากนั้นก็ยิ้มระรื่นหันไปชมท่าทางกระวนกระวายของซุนเฟย
ตอนนี้ ทั่วทั้งยอดเขากลายเป็สนามรบ
นักฆ่าใช้ดาบฟันไปทางองค์หญิงด้วยพลังอำนาจที่เหลือล้น แต่ก็ถูกขวางไว้ด้วยเปลวไฟสีม่วงของสาวน้อยที่อยู่ข้างกายองค์หญิง ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีความแข็งแกร่งเท่าเทียมกัน ทันใดนั้นเปลวไฟสีม่วงก็พุ่งตรงมาที่นักฆ่าคนนั้น ไม่มีใครมองเห็นร่างเงาของทั้งสองคนนั้น ได้ยินแต่เสียงดาบปะทะกันเคร้งบนอากาศ เสียดแทงเข้ามาที่หู การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายต่างกลมกลืนเข้าหากันจนแยกไม่ออก
อีกด้านหนึ่ง นักฆ่าที่สวมถุงมือกรงเล็บสีขาวกำลังโรมรันกับหัวหน้าอัศวินโรมัน ปัฟลูย์เชนโค ร่างของนักฆ่าในชุดขาวเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว กรงเล็บที่เหมือนจะฉีกขาดอากาศได้ มักจะซุ่มโจมตีด้วยรูปแบบที่คาดไม่ถึง อัศวินหน้าหล่อที่มีรอยยิ้มอยู่บนหน้าเสมอ ตอนนี้กำดาบอัศวินั์แน่นทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาจะเคลื่อนไหวด้วยท่าทางการโจมตีพื้นฐานอย่าง แทง ฟัน เหวี่ยง ถึงแม้จะเป็เพียงท่าธรรมดาๆ แต่ก็สามารถขวางการเคลื่อนไหวของนักฆ่าชุดขาวได้ทุกครั้ง บีบให้นักฆ่าถอยห่างไปสามก้าว ไม่สามารถเข้าใกล้องค์หญิงได้
ส่วนนักฆ่ามีดโค้งสีเหลือง หลังจากที่ซุนเฟยจากไป พวกเขาก็ไม่ได้ไล่ตามแต่อย่างใด พวกเขาเปลี่ยนเป้าหมายมาที่สังหารองค์หญิงแทน
ข้างกายขององค์หญิงตอนนี้ไม่มียอดฝีมือคอยคุ้มกัน เหล่าอัศวินทหารม้าของราชอาณาจักรเซนิทสองร้อยกว่าคน ตอนนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความองอาจหนักแน่นของทหารราชอาณาจักร พวกเขาเผชิญหน้ากับความตายอย่างไม่หวาดกลัว พวกเขาต่างะโเสียงดังและพากันวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังองค์หญิงเพื่อขวางนักฆ่า ล้อมรอบองค์หญิงของพวกเขา สร้างกำแพงเหล็กด้วยเืเนื้อของพวกเขา ต่อให้พวกเขาถูกฆ่าตาย ศพของพวกเขาก็ยังจะขวางหน้าองค์หญิงไว้ นับว่าเป็ฉากโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า
นักฆ่ามีดโค้งสีเหลืองทั้งสองคนต่างะเิพลังอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเหนือกว่าพวกอัศวินทหารอยู่หลายขุม ประกายคมมีดวูบวาบก่อนจะพุ่งเข้าไปตัดหัวของพวกอัศวินทหาร จนตายคาที่...แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าทหารที่ไม่กลัวตายกลุ่มนี้ ในเวลาสั้นๆพวกเขาก็ยังไม่สามารถฝ่าเข้าไปใกล้ร่างองค์หญิงได้เลย...
แท่นหินบูชาสีขาวขนาดั์เริ่มสั่นะเืขึ้นโดยการเจาะทำลายด้วยยอดฝีมือธาตุดิน ตอนนี้แท่นหินบูชาเหมือนบ้านไม้ที่ผุผังกำลังยุบตัวลง ก้อนหินขนาดใหญ่ต่างปลิวว่อน บนพื้นก็เกิดรอยปริแตกเหมือนใยแมงมุมขึ้นมา ฝุ่นคลุ้งลอยขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าแท่นหินบูชากำลังจะล้ม มีทหารจำนวนไม่น้อยที่พากันร้องโหยหวนเมื่อร่วงลงไปในรอยแตกแล้วถูกบดทับด้วยก้อนหินั์
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
บางครั้งก็มีเสียงยิงธนูขึ้นมาอย่างเงียบๆ ลูกธนูค่อยๆ ลอยเข้ามาเหมือนงูพิษ ทะลวงเข้าที่หัว เบ้าตา ลำคอ และหัวใจของพวกทหาร...นั่นเป็ฝีมือของยอดธนูที่หลบซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน ธนูทุกดอกคร่าชีวิตผู้คนล้มตายไปอย่างง่ายดาย
ใต้แท่นหินบูชาก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น
เมื่อเหล่าองค์ชายที่มาจากทุกอาณาจักร ตอนนี้เริ่มเข้าห้ำหั่นกัน
หลังจากที่องค์ชายต้าเหลยแห่งอาณาจักรเซินฮัว องค์ชายพั่วหย่งแห่งอาณาจักรหลู่เหนิง และเหล่าองค์ชายอีกหลายอาณาจักรพูดคำว่า “ฆ่า” ออกมา แล้วพากันลุกขึ้นยืนและทำในสิ่งเดียวกัน นั่นก็คือผูกเชือกสีแดงไว้ตรงแขนของตัวเอง จากนั้นก็ชักดาบออกมาไล่สังหารคนที่ไม่มีเชือกสีแดงผูกไว้ตรงแขน
“หากสังหารองค์หญิงได้ ท่านโดมิงเกวซจะตบรางวัลให้อย่างงาม!”
“บัดซบ...หลีกให้บิดาออกไปนะ...”
“การสังหารนาตาชา จะปล่อยให้พยานเหลือรอดไปไม่ได้ อย่าปล่อยให้คนในคณะทูตรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!”
“ฮ่าๆๆๆ ก่อนอื่น สังหารพวกทหารองครักษ์และพวกทูตให้หมด!”
ท่ามกลางฝุ่นที่คลุ้งกระจาย แสงพระอาทิตย์สีทองส่องลงมาท่ามกลางฝุ่นวับแวม ตอนนี้บนยอดเขากำลังกลายเป็ขุมนรก แสงสะท้อนคมดาบคมมีดวูบวาบพร้อมกับเืและเศษเนื้อที่ปลิวว่อนเหมือนกับฝนได้ตกลงมาเป็เืก็ไม่ปาน ทุกที่ต่างเต็มไปด้วยเสียร้องโหยหวน...
เหล่าคณะทูตทุกอาณาจักรนับสองร้อยกว่าคนต่างแบ่งออกเป็สองฝ่าย
เห็นได้ชัดว่าพวกที่ผูกเชือกสีแดงต่างรู้มานานแล้วว่าจะเกิดเื่แบบนี้ขึ้นในพิธีาาภิเษก พวกเขาได้เตรียมการไว้นานแล้ว ดังนั้นจึงมีการตอบสนองที่รวดเร็ว รวมกลุ่มกันอย่างเนืองแน่นแล้วโจมตีอย่างรุนแรง โหมบุกสังหารตามอำเภอใจ
ในขณะที่อีกฝ่ายเป็คณะทูตที่เป็พันธมิตร และมาร่วมยินดีในการขึ้นครองราชย์ของซุนเฟยด้วยความจริงใจ เมื่อพวกเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จึงป้องกันตัวไม่ทัน พวกเขาได้รับาเ็หนักและในเวลาสั้นๆ ก็พากันล้มตายไปกว่าครึ่ง พวกเขาต่างพากันต่อสู้ด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกที่แข็งแกร่ง มันก็เหมือนเรือน้อยๆ ที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำและพร้อมจะแตกดับได้ทุกเมื่อ
ซุนเฟยกวาดตามอง ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว
พิธีาาภิเษกบนยอดเขาตะวันออกได้กลายเป็สมรภูมิรบระหว่างสองขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ก่อนหน้านี้เขาแค่รู้สึกลางๆ ว่าอาจจะมีภัยอันตรายและแผนการชั่วร้ายบางอย่าง ความรู้สึกไม่สบายใจในตอนนั้น ได้ปรากฏให้เห็นได้ชัดแล้วว่ามาจากเื่นี้ นี่สินะที่เรียกกันว่า ช้างชนช้าง หญ้าแพรกก็แหลก1 การต่อสู้ในครั้งนี้เดิมทีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเมืองแซมบอร์ด แต่กลับถูกเลือกให้กลายเป็เ้าบ้านที่โชคร้าย ดูเหมือนว่าเมืองแซมบอร์ดจะถูกกำหนดให้ล่มสลายั้แ่แรก
“องค์าาน้อย เ้ายังลังเลอะไรอีก?”
แพรีสหันไปยิ้มแย้มแจ่มใสกับซุนเฟย ชุดสีขาวค่อยๆ พลิ้วไหวไปตามแรงลม ราวกับว่าเสียงร้องโหยหวนและเหตุการณ์นองเืทั้งหมดที่เกิดรอบๆ ตัวไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง “รีบคุกเข่าอ้อนวอนข้าสิ คลานเข้ามา...แทบเท้าข้านี่ ฮ่าๆๆ บางทีข้าอาจจะไว้ชีวิตเ้า”
ซุนเฟยมองไปที่แองเจล่า
ท่ามกลางฝุ่นที่หนาแน่นบนท้องฟ้าสาวงามคนนี้ ดูเหมือนดอกลิลี่ที่ชูช่ออยู่โดดเดี่ยว ใบหน้าของนางซีดขาวเล็กน้อย แต่ในดวงตาคู่สวยของนางกลับสะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ชุดกระโปรงสีฟ้าครามของนางก็ค่อยๆ มีเืหยดลงมาเปรอะเปื้อนเหมือนดอกบ๊วย ชุดสีฟ้าครามของนางเปื้อนไปด้วยฝุ่นสีเทา
ชุดนี้เป็ชุดที่ซุนเฟยออกแบบให้แองเจล่าด้วยตัวเอง ให้ดูสวยสดใส มีหนึ่งเดียวไม่มีสอง เพื่อขับความโดดเด่นและสวยงามของนางให้ผู้คนต้องใจสั่น
ซุนเฟยกำหมัด
ตอนนี้เอง ทันใดนั้น ก็มีลมพัดชายกระโปรงของสาวน้อยขึ้นมา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนด้านใน พาให้คนที่มองเคลิ้บเคลิ้มหลงใหล
-----------------------
