คนที่มาอย่างกะทันหันกลุ่มหนึ่งทำให้คนในห้องส่วนตัวสี่คนล้วนตะลึงงัน
เห็นแค่ผู้ชายกำยำที่สวมชุดจงชานสิบกว่าคนนี้มีสายตาที่ไม่ดี ราวกับภูตผีปีศาจ ซวี่หงเฟยขมวดคิ้ว
“ทุกท่าน การบุกรุกห้องส่วนตัวในศาลาซวีสุ่ยหลานก็คือการกระทำที่ผิดกฎ พวกคุณทำอย่างนี้จะเกินไปหรือไม่?”
ผู้ชายร่างใหญ่ที่นำทีมไม่ตอบ ล้วนมองข้ามซวี่หงเฟยแล้ว เขาพูดอย่างเ็าอีกครั้ง “ใครคือไป๋เหวินหลิงซีอีโอของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว?”
“ฉันเอง!” ไป๋เหวินหลิงยืนขึ้น ในดวงตาที่งดงามแฝงด้วยความไม่เข้าใจ “มีเื่อะไร?”
“นำตัวไป!” ผู้ชายร่างใหญ่ไม่อธิบาย แต่โบกมือให้กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลัง และพูดเสียงหนักอึ้ง
เสียงดังมา ผู้ชายกำยำสวมชุดจงชานสิบกว่าคนเข้ามาล้อมไป๋เหวินหลิงไว้ทันที
“เดี๋ยวก่อน!” ไม่รอให้คนพวกนี้ลงมือ จู่ๆ ซูฮ่าวก็มาขวางอยู่ตรงหน้าไป๋เหวินหลิง และถามว่า “ทำไมต้องนำตัวเธอไป?”
เห็นได้ชัดว่าผู้ชายร่างใหญ่คิดไม่ถึงว่าบัณฑิตที่อ่อนแออย่างซูฮ่าวจะกล้าขวางพวกเขา ในสายตาของเขามีความเยือกเย็น “นายรนหาที่ตายหรือ?”
“หากคุณ้าใช้กำลังพาเธอไป ผมก็ยังอยากลองสักหน่อยจริงๆ ” ซูฮ่าวจ้องสายตาของผู้ชายร่างใหญ่ตรงๆ และไม่กลัวแม้แต่น้อย
ชาติก่อนตอนที่ไป๋เหวินหลิงท้อแท้ใจ เขาไม่ได้ให้การสนับสนุนและให้กำลังใจเธอ ตอนที่เธองงงวยไร้ความช่วยเหลือ เขาไม่ได้ให้ไหล่ซบแก่เธอ โดยเฉพาะตอนที่เธอสูญเสียทิศทางจนกระโจนตัวโดดตึกลงไป เขาก็ล้วนไม่ทันได้เห็นเธอเป็ครั้งสุดท้าย
ั้แ่เริ่มต้นจนจบ เขาอยู่ตรงหน้าเธอ ก็ล้วนไม่ได้รับผิดชอบอย่างเต็มที่ ติดค้างผู้หญิงคนนี้มากเกินไปแล้ว
ทั้งชีวิตนี้หากมีอันตรายเขาจะต้องแบกรับ อันตรายที่ยิ่งใหญ่ … เขาก็ต้องแบกรับเหมือนกัน!
ไป๋เหวินหลิงที่อยู่ด้านหลังฟังคำพูดนั้นของซูฮ่าวแล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งใจ
มีผู้ชายที่ยอมบังลมบังฝนให้ตนเองได้อย่างนี้ จะไม่ใช่โชคดีของตนเองได้อย่างไร?
“ได้ มีความกล้า ฉันก็ชื่นชมคนที่ไม่กลัวอย่างนาย!” ผู้ชายร่างใหญ่หรี่ตา บนใบหน้ามีความเยือกเย็น และโบกมือโดยตรง “ซัดให้พิการครึ่งหนึ่ง ให้การสั่งสอนซะ”
ชายกำยำสิบกว่าคนได้ยินอย่างนี้แล้ว ก็ดึงแท่งเหล็กออกมาจากเอวทันที และเข้ามาใกล้ซูฮ่าว
ซูฮ่าวไม่ลนลานแม้แต่น้อย สงบนิ่งมาก ด้วยกำลังนักรบโบราณพรแสวง่กลางต่อกรกับผู้ชายกำยำสิบกว่าคนนี้ก็ล้วนไม่มีปัญหาใดๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาได้รับประสบการณ์การต่อสู้ทั้งชีวิตของยอดฝีมือแห่งยุคแล้ว อย่าว่าแต่ผู้ชายกำยำสิบกว่าคนเลย ถึงเป็นักรบโบราณระดับเดียวกันสิบกว่าคน เขาก็สู้ไหว
เขาคิดๆ ดูแล้วก็ผลักไป๋เหวินหลิงไปด้านหลัง หลังจากที่ยืนยันแล้วว่าเธอจะไม่ได้รับผลกระทบ เขาก็้าสู้กับผู้ชายกำยำสิบกว่าคนตรงหน้านี้สักหน่อย
ในเวลานี้ จู่ๆ ซวี่หงเฟยกลับเข้ามาด้านหน้าและพูดโน้มน้าวว่า “ทุกท่าน อย่าบุ่มบ่าม เื่นี้อาจจะมีความเข้าใจผิด ทุกคนล้วนคือผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล พวกคุณจะพาคุณไป๋ไป ก็ย่อมต้องให้คำอธิบายกับพวกเราจึงจะถูก?”
“คนที่ลูกพี่ใหญ่ของพวกเราให้พาไป พวกนายก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะ้าคำอธิบาย!” ผู้ชายร่างใหญ่ถอนหายใจใส่ และหัวเราะอย่างดูถูก
อูเฉี่ยนหยาที่อยู่ข้างๆ ได้ยินอย่างนี้แล้ว ก็โมโหทันที “เป็คนต้องมีเหตุผล พวกคุณบุกรุกห้องส่วนตัวที่พวกเราจองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยัง้าใช้กำลังพาคนของพวกเราไปอีก การกระทำเช่นนี้ ก็เผด็จการเกินไปแล้ว!”
“เผด็จการหรือ?” ผู้ชายร่างใหญ่แสยะยิ้ม และเตะโต๊ะชงชาล้ม เขาดึงกริชออกมาจ่อบนหน้าของอูเฉี่ยนหยา และพูดอย่างชั่วร้ายว่า “เธอยินยอมสละใบหน้านี้เพื่อเหตุผลไหม?”
ทั้งใบหน้าของอูเฉี่ยนหยาขาวซีด กริชที่จ่ออยู่บนใบหน้าเย็นมาก ราวกับกรงเล็บปีศาจที่มาจากนรก ทำให้เธอััได้ว่าอะไรเรียกว่าความน่ากลัว
ซวี่หงเฟยเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติ ก็รีบพุ่งเข้ามาด้านหน้า “สหายผู้มีเมตตาท่านนี้อย่าบุ่มบ่าม ผมคือซวี่หงเฟยซีอีโอของเจียงชานหรูฮั่ว อยู่ในฉวนโจวรู้จักคนไม่น้อย ไม่แน่ว่าจะรู้จักลูกพี่ใหญ่ของพวกคุณ จงอย่าทำลายความสัมพันธ์นี้เลย”
“ซีอีโอของเจียงชานหรูฮั่ว?” ผู้ชายร่างใหญ่ตะลึงงัน ราวกับนึกออกว่าลูกพี่ใหญ่ของตนเองเคยซื้อภาพจากบริษัทนี้
เขาหันไปมองซวี่หงเฟยั้แ่หัวจดเท้า และเงียบไปสักพัก ในที่สุดก็วางกริชลง
อีกฝ่ายใช้จ่ายอยู่ในห้องส่วนตัวของสิบอันดับต้นๆ ของศาลาซวีสุ่ยหลานได้ เห็นได้ชัดว่าคือคนมีสถานะ หากอีกฝ่ายมีการติดต่อกับลูกพี่ใหญ่ของตนเองจริงๆ ลงมือแล้วก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะอึดอัด
ซวี่หงเฟยโล่งใจแล้วก็ลากอูเฉี่ยนหยาที่ใกลัวจนตัวสั่นมาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ต่อมาก็พูดกับผู้ชายร่างใหญ่อย่างเกรงใจว่า “สหายผู้มีเมตตา เห็นแก่หน้าได้ไหม บอกผมว่าทำไมต้องพาคุณไป๋ไป?”
“พนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจงใจทำให้เสื้อผ้าของเพื่อนลูกพี่ฉันเสียหาย การกระทำหยาบคาย ท่าทางกำเริบ ลูกพี่ใหญ่สั่งให้พวกฉันพาไป๋เหวินหลิงไปที่ห้องส่วนตัวเทียนจื้อ เื่นี้้าให้เธอให้คำอธิบาย” ผู้ชายร่างใหญ่กวาดตามองไป๋เหวินหลิงและพูดอย่างดุร้าย
ซวีหงเฟยใ และมองไป๋เหวินหลิง
ไป๋เหวินหลิงมีใบหน้างงงวย ล้วนไม่รู้ว่ายังมีเื่นี้อีก
กลับเป็ซูฮ่าวที่หรี่ตา ในดวงตากำกวมมาก
ตามที่เขารู้ บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวเคร่งครัดกับมารยาทของพนักงานเป็อย่างมาก ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เข้าสู่บริษัทยังจะดำเนินการอบรมมารยาทเป็พิเศษ น้อยมากที่จะปรากฏพฤติกรรมหยาบคาย และท่าทางกำเริบ
พูดอีกอย่างคือ พนักงานที่ก่อเื่คนนี้ เป็ไปได้มากที่จะไม่ใช่คนของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว แต่คือสายลับที่บริษัทคู่แข่งส่งมา เป้าหมายก็คือเพื่อใส่ร้ายบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
อย่างไรเื่อย่างนี้ในชาติก่อนเขาก็เคยพบเห็นหลายครั้งแล้ว
เขานึกถึงตรงนี้ ก็พูดว่า “ไป๋เหวินหลิงให้คุณพาไปได้ แต่พูดก่อนว่าให้พวกผมตามไปด้วย”
หาก้าจัดการเื่นี้ ไป๋เหวินหลิงก็ต้องพบกับลูกพี่ใหญ่ของอีกฝ่าย แต่มองจากคำพูดและการกระทำของพวกผู้ชายร่างใหญ่กลุ่มนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าคือคนที่ผ่านการฝึกฝนมาและเป็มืออาชีพ ในมือจะมากหรือน้อยก็เคยเปื้อนเื หากให้ไป๋เหวินหลิงไปคนเดียว ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีอันตราย
พวกเขาตามไปด้วย ก็ปกป้องไป๋เหวินหลิงได้ และเข้าใจสาเหตุของเื่ได้
“อย่างไรก็ได้” ผู้ชายร่างใหญ่จ้องซูฮ่าวและพูดอย่างเยือกเย็นว่า “แต่ฉันจะเตือนพวกนาย ลูกพี่ใหญ่ของฉันก็ไม่ได้พูดง่ายแบบฉัน หากพูดจาสกปรก ล่วงเกินเขาแล้ว จุดจบก็จะเหมือนกับแอปเปิ้ลลูกนี้”
เมื่อพูดจบ เขาก็ผ่าแอปเปิ้ลออกเป็สองท่อนทันที
นอกจากซูฮ่าวแล้ว บนใบหน้าของคนอื่นล้วนมีสีหน้าหวาดกลัวอย่างชัดเจน
ภายใต้การนำของผู้ชายร่างใหญ่ พวกซูฮ่าวเดินไปตลอดทางจนมาถึงห้องส่วนตัวเทียนจื้อของศาลาซวีสุ่ยหลาน
ผลักประตูกระจกอันหรูหราที่ทำจากคริสตัลออก แสงที่แสบตาส่องมา ส่องจนดวงตาของซูฮ่าวแทบลืมไม่ขึ้น
กวาดตามองภายในห้องส่วนตัวเทียนจื้อ ก็เห็นผนังที่พ่นสีทอง พรมสีแดงกับโซฟาสีม่วง ยังมีไฟย้อยคริสตัลที่มีแสงหักเหที่ดูหรูหราเหมือนกันได้ทุกที่
เวลานี้บนโซฟาสีม่วงมีผู้ชายที่สวมชุดหรูหราพิงอยู่หนึ่งท่าน
คนคนนี้รูปร่างสูงใหญ่ รูปโฉมหล่อเหลา สายตาคู่หนึ่งมีความเยือกเย็น คิ้วโก่งสองข้างขุ่นเหมือนทาสี หน้าอกกว้าง ราวกับมีอำนาจที่คนนับหมื่นก็สู้ไม่ได้
ข้างกายเขามีผู้หญิงที่สวยหยาดเยิ้มท่านหนึ่งทุบขาให้เขาอย่างไม่หยุด ราวกับแมวน้อย
และมีผู้ชายอยู่ด้านซ้ายขวาสองด้าน ผู้ชายกำยำชุดดำยืนเรียงแถวกันหลายแถว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพินอบพิเทาเหมือนสุนัขหูตูบคอตก
“พี่เทียนเทียน … พี่เทียน?!” โฉมหน้าของผู้ชายคนนั้นเข้าสู่ในสายตาของซวี่หงเฟย ทำให้ดวงตาเขาหดลงทันที การพูดก็หวาดกลัวมาก
ไป๋เหวินหลิงก็ใมาก หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ ภายในใจหวาดกลัวถึงที่สุด
พี่ชายที่ซวี่หงเฟยพูด ชื่อหวางเฉิงเทียน คือเ้าพ่อมาเฟียของฉวนโจว ทำทั้งทางดำทางขาว ความแข็งของเื้ั พัวพันถึงตระกูลมู่หรงตระกูลใหญ่ของเมืองไห่เป่ย
ด้านธุรกิจ คือซีอีโอของกลุ่มบริษัทเทียนเฉิน อยู่ในอันดับหนึ่งของฉวนโจว สถานที่หรูหราที่คล้ายคลึงศาลาซวีสุ่ยหลาน ในฉวนโจวส่วนใหญ่คือกลุ่มบริษัทเทียนเฉิน
การลงทุนของทั้งฉวนโจวของเขาสูงถึงร้อยล้าน พัวพันถึงผับ ร้านอาหารเครื่องดื่ม โรงภาพยนตร์ และสายงานอื่นๆ กำลังด้านการเงินก็ไม่มีใครเทียบได้
ถึงผู้ว่าของฉวนโจวอยู่ต่อหน้าเขา ก็ต้องถ่อมตัว และให้ความเคารพ
แต่ครึ่งปีมานี้เขาปรากฏตัวน้อยมาก เหมือนว่าร่างกายมีปัญหาแล้ว จึงรักษาสภาพร่างกายอยู่ที่บ้าน
มิน่าล่ะผู้ชายกำยำกลุ่มนี้กล้าพุ่งเข้ามาในห้องส่วนตัวอย่างกำเริบเสิบสาน เพราะลูกพี่ใหญ่ของพวกเขาคือหวางเฉิงเทียนเ้าพ่อมาเฟียนี่เอง
เวลานี้ทั้งสองคนเงียบกริบ พวกเขาล้วนรู้ว่าอำนาจในฉวนโจวของหวางเฉิงเทียนน่ากลัวมากแค่ไหน
“ใครคือไป๋เหวินหลิง?” สายตาที่เหมือนอินทรีของหวางเฉิงเทียนกวาดตามองพวกซูฮ่าวเบาๆ เสียงไม่ดัง แต่กลับดูเยือกเย็น
“ฉัน … ” ไป๋เหวินหลิงกลั้นความกลัวที่อยู่ในใจ และตอบเบาๆ
หวางเฉิงเทียนอยู่ในฉวนโจวคืุ์หมาป่าที่มีเื้ัสูงเสียดฟ้า ไม่ว่าจะเป็อำนาจหรือการเงิน ก็ล้วนทำให้ได้ยินแล้วหวาดกลัว ที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็คนโเี้อำมหิต ไร้ความปรานี คนที่แหย่เขา ส่วนใหญ่ก็รอดยาก
หวางเฉิงเทียนชำเลืองมองไป๋เหวินหลิง และตะลึงงันเล็กน้อย
นี่คือผู้หญิงที่มีรูปโฉมสะสวยมากคนหนึ่ง บนใบหน้าของเธอก็มองการแต่งหน้าใดๆ ไม่ออก หน้าสดจนแยกแยะไม่ได้ จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา ช่างไร้ที่ติ
เขาก็ได้ยินมานานแล้วว่าฉวนโจวมีผู้หญิงที่ชื่อไป๋เหวินหลิงรูปโฉมสวยมาก วันนี้พอได้เห็น ก็สมชื่อจริงๆ
แน่นอนว่า ผู้หญิงที่เขาเห็นมาในหลายปีนี้มีไม่น้อย ที่สวยกว่าไป๋เหวินหลิงก็มีนับไม่ถ้วน ด้านหน้าตาก็ไม่มีทางมีผลกระทบต่อการพิพากษาของเขาได้
เห็นแค่เขาส่งสายตาให้ผู้ชายร่างใหญ่ อีกฝ่ายก็เข้าใจทันที และปรบมือแล้ว
“ปั้ง!”
เสียงของกระทบกันดังขึ้นทันที ด้านนอกห้องส่วนตัวมีผู้ชายที่เืท่วมตัวคนหนึ่งถูกโยนเข้ามาแล้ว
ผู้ชายคนนั้นมีาแเต็มตัว มือเท้ากระดูกหัก และหายใจแ่แล้ว สติรับรู้แทบจะหายไปทั้งหมด นอนอยู่บนพื้นอย่างไม่ขยับ ราวกับคนตาย
ซวี่หงเฟยกับอูเฉี่ยนหยามองผู้ชายคนนี้แล้ว ก็ล้วนสูดหายใจเข้า และตัวสั่นเทา
“พนักงานของเธอจงใจทำให้เสื้อผ้าของเพื่อนฉันเสียหาย ไม่ใช่แค่ไม่ขอโทษ โดยเฉพาะยังพูดจาใส่เพื่อนฉันเสียๆ หายๆ ดังนั้นฉันก็เลยสั่งสอนเขาสักหน่อยแล้ว” หวางเฉิงเทียนกลืนองุ่นที่ผู้หญิงสวยหยาดเยิ้มข้างๆ ป้อนให้ น้ำเสียงเหมือนจะเยือกเย็นและไม่เยือกเย็น
“แต่ว่า แค่การสั่งสอนเล็กๆ แค่นี้ยังไม่มีทางระงับความโกรธของเพื่อนฉันได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่พาเธอมา ลองดูวิธีการแก้ไขของเธอว่าจะทำให้เพื่อนของฉันพอใจได้ไหม”
คำพูดนี้ของเขาพูดอย่างเรียบง่าย แต่ไป๋เหวินหลิงกลับรู้สึกถึงอันตรายที่ตลบอบอวลไปทั่วตัวได้
เห็นได้ชัดว่า หากตนเองจัดการเื่นี้อย่างไม่เหมาะสม เช่นนั้นจุดจบของเธอก็จะเหมือนกับผู้ชายที่นอนอยู่บนพื้นคนนี้
เธอเพิ่งอยากจะพูดอะไร แต่กลับพบว่าซูฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ชี้คนที่อยู่บนพื้น ทันใดนั้นก็พูดว่า “คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าคนคนนี้คือพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว?”
คำพูดนี้พูดออกมา ทั้งห้องส่วนตัวล้วนเงียบกริบ
สายตาของหวางเฉิงเทียนตกอยู่ที่ซูฮ่าว ในสายตามีความเยือกเย็น “นายกำลังสงสัยคำพูดของฉันหรือ?”
ผู้คนโดยรอบล้วนรู้สึกว่าความเยือกเย็นกวาดไปทั้งหัวใจ ซวี่หงเฟยสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย และรีบออกมาพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “พี่เทียน ผมซวี่หงเฟย ซีอีโอของบริษัทเจียงชานหรูฮั่ว ครั้งหนึ่งเคยรับรองพี่เทียนมายังบริษัทเพื่อซื้อภาพสำเนาภาพลั่วเสินฟู่ และก็รู้ว่าพี่เทียนคือคนที่มีเหตุมีผลเป็อย่างมาก จะไม่พูดจาลอยๆ อย่างเด็ดขาด”
“เมื่อครู่คำพูดนั้นของเพื่อนผมก็ไม่ใช่สงสัยพี่เทียน เขาก็แค่อยากยืนยันว่าคนที่แหย่เพื่อนของพี่เทียนคือคนของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจริงหรือไม่ วิธีการพูดและน้ำเสียงอาจจะไม่ดีพอ ยังขอให้พี่เทียนให้อภัยสักหน่อย”
“คือนายนี่เอง พอเถอะ วันนี้จะเห็นแก่หน้านาย” หวางเฉิงเทียนมองซวี่หงเฟย และชี้นิ้วไปทางลูกน้องของตนเองทันที
ไม่นาน ลูกน้องของเขาก็หยิบของสองชิ้นค่อยๆ เดินไปตรงหน้าไป๋เหวินหลิงแล้ว
ของชิ้นหนึ่งในนี้คือตราประทับของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว หลังจากที่เห็นของสิ่งนี้แล้ว ไป๋เหวินหลิงสีหน้าดูแย่ลง
ของอีกชิ้นคือวิดีโอ เนื้อหาที่เล่นอยู่ในตอนนี้ คือเื่ราวส่วนใหญ่ที่ผู้ชายคนนั้นก่อเื่ทำลายเสื้อผ้าเพื่อนของหวางเฉิงเทียนที่กล้องวงจรปิดถ่ายไว้ได้
ในวิดีโอ ตอนที่ผู้ชายคนนั้นก่อเื่ เขาเดินผ่านเพื่อนของหวางเฉิงเทียน ราวกับตั้งใจชนอีกฝ่ายสักหน่อย ตอนที่อีกฝ่าย้าให้เขาขอโทษ ท่าทางของเขากำเริบเสิบสานมาก และหลังจากที่ถกเถียงกัน ก็ฉีกดึงเสื้อผ้าของอีกฝ่ายแล้ว
ต่อมา ผู้ชายกำยำสวมชุดจงชานกลุ่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามา และกระทืบผู้ชายคนนั้นที่ก่อเื่อยู่บนพื้น ต่อยตีอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดก็ค้นพบตราประทับและบัตรพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจากในกระเป๋าเสื้อของผู้ชายคนก่อเื่
ไป๋เหวินหลิงเห็นตรงนี้แล้ว ก็พูดไม่ออก
หลักฐานคาตา คนที่ก่อเื่คนนี้คือพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจริงๆ โดยเฉพาะยังเป็พนักงานใหม่ของบริษัทที่กู้เพ่ยหลิงแนะนำมา
เธอคิดไม่ถึงว่า พฤติกรรมของพนักงานใหม่คนนี้จะกำเริบถึงขั้นนี้ ทั้งยังลากบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวลงน้ำแล้ว
เธอสูดหายใจลึก และโค้งตัวให้หวางเฉิงเทียน พลางพูดแสดงคำขอโทษ “พี่เทียน ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าในบริษัทจะมีคนที่หยาบคายอย่างนี้ และก็ขอโทษกับการที่เขาทำลายเสื้อผ้าของเพื่อนพี่เทียน ฉันยินยอมชดใช้ค่าเสียหายของเสื้อผ้า ไม่ทราบว่าพี่เทียนพอใจไหม?”
หวางเฉิงเทียนไม่ตอบ แต่มองไปที่คนอ้วนที่อยู่ไม่ไกลท่านหนึ่ง
“เหล่าโฮว นายคิดว่าอย่างไร?”
“วันนี้คือวันเกิดของฉันโฮวหลง เดิมทีก็มีความสุขมาก แต่กลับถูกพนักงานบริษัทที่ไม่เข้าขั้นทำให้หมดสนุกแล้ว แค่ชดใช้ค่าเสียหายของเสื้อผ้าก็อยากจะแก้ไขเื่นี้แล้ว ก็ไม่เห็นฉันโฮวหลงอยู่ในสายตาเกินไปแล้ว” คนอ้วนประคองรูปร่างที่อ้วนท้วน บนใบหน้าที่หย่อนคล้อยเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยและเยือกเย็น
เขาเป็เพื่อนของหวางเฉิงเทียนได้ จริงๆ แล้วก็ไม่ขาดแคลนอำนาจและเงินทอง มาถึงตำแหน่งอย่างเขาแล้ว ที่ยิ่งใส่ใจมากคือหน้าตา
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดตอนกลางวันนี้มีบุคคลที่มีอำนาจสูงมาไม่น้อย เดิมทีคิดว่าจะเฉิดฉายได้สักหน่อย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีคนเสียสติคนหนึ่งมาถกเถียงกับเขา โดยเฉพาะยังลงไม้ลงมือกับเขา ทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าบุคคลที่มีอำนาจสูง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาอย่างหนัก
แค่ชดใช้ค่าเสียหายของเสื้อผ้า ก็กู้หน้าที่เขาเสียไปแล้วกลับมาได้หรือ?
น่าขำอย่างที่สุด!
ไป๋เหวินหลิงกัดฟันถามว่า “ไม่ทราบว่าคุณอยากจะแก้ไขเื่นี้อย่างไร”
“จัดการอย่างไรหรือ?” โฮวหลงจับคางพลางครุ่นคิดสักหน่อย เขาเอียงหน้ามองไป๋เหวินหลิง ในดวงตาเต็มไปด้วยความโสมม
“ง่ายมาก ไปนอนกลิ้งบนเตียงเป็เพื่อนฉันสักรอบก็พอ!”
ไป๋เหวินหลิงหน้าซีด และถอยออกไป เธอพิงอยู่ที่ข้างกายของซูฮ่าว ในดวงตาอันงดงามเผยแววตาที่ปฏิเสธ
“ยังจะอึ้งอยู่ทำไม ช่วยพี่โฮวของพวกนายพาคนไปที่ห้องข้างๆ ” หวางเฉิงเทียนกวาดตามองผู้ชายกำยำชุดดำที่อยู่ข้างๆ สองแถวพลางพูดเบาๆ
ผู้คนได้ยินแล้ว ต่างก็พยักหน้า และล้อมเข้ามาหาไป๋เหวินหลิง
อูเฉี่ยนหยาเห็นอย่างนี้แล้ว ก็รีบมองซวี่หงเฟย เพื่อบอกเขาให้ช่วยพูด
ซวี่หงเฟยครุ่นคิดสักหน่อย ตำแหน่งที่น่ากลัวในฉวนโจวของหวางเฉิงเทียนก็ไม่ธรรมดา หากล่วงเกินอีกฝ่ายเพราะเหตุนี้ เกรงว่าบริษัทเจียงชานหรูฮั่วก็จะล้มละลายได้
เพื่อไป๋เหวินหลิงไปล่วงเกินหวางเฉิงเทียน ทำให้บริษัทเจียงชานหรูฮั่วตกอยู่ในอันตราย เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาด
จะโทษ ก็ทำได้แค่โทษพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวคนนั้นที่รนหาที่ตาย แหย่เพื่อนของหวางเฉิงเทียนแล้ว
เขาทอดถอนใจอยู่ในใจ และอ้าปากแล้ว ในที่สุดยังคงไม่ปริปากพูด
อูเฉี่ยนหยาที่อยู่ข้างๆ ราวกับรู้อะไรแล้ว ก็เงียบเช่นกัน
“เหล่าโฮว ครั้งนี้ก็เอื้อประโยชน์ให้นายแล้ว” หวางเฉิงเทียนยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาจิบหนึ่งที และพูดอย่างกำกวมลึกๆ
ได้เสพสุขกับผู้หญิงที่สวยสุดยอดอย่างไป๋เหวินหลิง ก็พูดได้ว่าคือเื่ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยใฝ่ฝัน
โฮวหลงหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ก็ขอบคุณพี่เทียน”
“เื่เล็ก กลับไปก็อย่าลืมส่งยานั้นไปที่บ้านของฉัน” หวางเฉิงเทียนโบกมือ
โฮวหลงตบหน้าอกรับประกัน “พี่เทียนวางใจ เื่นี้ผมจะจัดการให้พี่อย่างเรียบร้อย”
เขาพูดๆ อยู่แต่ก็หัวเราะอยู่ในใจ หวางเฉิงเทียนคนนี้ถึงแม้เป็ถึงเ้าพ่อมาเฟียของฉวนโจว แต่เพราะตอนวัยหนุ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัวเกินไป จนทำให้บางด้านเกิดปัญหาแล้ว ่ครึ่งปีมานี้มีปัญหาไม่หยุด จริงๆ แล้วก็ไม่มีทางแตะผู้หญิงได้
เขาคบกับหวางเฉิงเทียน และกลายเป็เพื่อนของอีกฝ่ายได้ ก็เพราะบ้านเกิดของเขามีสูตรยาที่รักษาอาการนกเขาไม่ขันได้ ผลลัพธ์ก็ดีมาก นี่จึงเข้าตาหวางเฉิงเทียน
ถึงแม้เื่นี้ฟังดูแล้วน่าขำ แต่ก็เกิดขึ้นกับตัวเขาอย่างแท้จริง พูดได้แค่ว่าเขาโชคดี พบกับเ้าพ่อมาเฟียที่ด้านนั้นมีปัญหา
เขาขจัดความคิดเพ้อเจ้อที่อยู่ในใจ สายตาไปตกอยู่ที่ทางไป๋เหวินหลิง
เวลานี้ไป๋เหวินหลิงริมฝีปากขาวซีด ตัวสั่นเทา กลัวเหมือนแมวที่หดตัวอยู่ในมุม
ในดวงตาอันงดงามของเธอมองไม่เห็นแววตาที่ปราดเปรียวแล้ว มีเพียงแค่ความกลัวกับความหวาดกลัว และไม่มีอย่างอื่นอีก
ความรู้สึกที่ให้ ราวกับเรือเดี่ยวที่ล่องลอยอยู่ในมหาสมุทร เผชิญหน้ากับพายุลมฝน อ่อนแอและไร้ความช่วยเหลือ
พอเห็นว่าลูกน้องของหวางเฉิงเทียนจะเข้าใกล้ไป๋เหวินหลิง โฮวหลงก็เลียริมฝีปาก ในหัวเต็มไปด้วยภาพอันเร่าร้อนในลำดับต่อไป
แต่ในเวลานี้ ร่างกายที่ผอมบางร่างหนึ่งก้าวออกมาขวางอยู่ตรงหน้าไป๋เหวินหลิง ในดวงตาที่ลึกคู่นั้นมีความหมายแฝงอย่างที่ไม่ต้องสงสัย
“คนของฉัน นายอยากพาไปก็พาไปได้หรือ?”
