นอกเมืองชิงจิง ในหุบเขาแห่งหนึ่ง!
โม่ซันซันมองดูลูกน้องเบื้องหน้าด้วยสายตาซับซ้อน
“ไม่ผิดแน่นะ?” โม่ซันซันถามด้วยสีหน้าประหลาด
“พวกเราพบว่าหวังเค่อถูกเรียกหาเป็นายท้ายลัทธิมารโดยพวกสาวกมาร
ในวังหลวงที่ถูกมารล้อม จางหลี่เอ๋อร์ที่หลงรักหวังเค่อไล่ตามมาถึงชิงจิง
สุดท้ายถูกจับขัง
หวังเค่อเพื่อช่วยนางไม่เสียดายยอมรับฝ่ามือของเนี่ยเทียนป้าร้อยฝ่ามือ
กระอักโลหิตไม่หยุด ความรักของหวังเค่อและจางหลี่เอ๋อร์ สุริยันจันทราเป็พยาน!”
สมุนของมันเอ่ยอย่างนับถือ
โม่ซันซันสีหน้าพิกล
“หรือว่าหวังเค่อไม่ได้หลอกข้า?
จางหลี่เอ๋อร์ไล่ตามตื๊อมันเหมือนคนบ้าจริงๆ? นี่มันไม่สมเหตุสมผล!”
“ท่านเ้าตำหนัก
หวังเค่อเข้าร่วมลัทธิมารในฐานะนายท้ายลัทธิมาร หากเื่นี้เผยแพร่ออกไป
พรรคเทพหมาป่า์เราจะกลายเป็ตัวตลก พวกเราควรลอบจับกุมมันมาหรือไม่?” ศิษย์คนหนึ่งขมวดคิ้ว
โม่ซันซันทอดตามองไปยังทิศทางของวังหลวง
ใคร่ครวญชั่วขณะ ก่อนสั่นศีรษะ “พวกเราไม่ควรทำ!”
“หา?” ผู้ใต้บังคับบัญชาของมันอุทานงุนงง
“ไม่ว่ายังไง
มันก็คือศิษย์ของท่านประมุข ทั้งยังเป็รองเ้าตำหนักบูรพา! เ้ากล้าจับกุมมันเพียงเพราะข่าวลือ?”
โม่ซันซันเอ่ยเสียงหนัก
“แต่ แต่…!”
“ไม่ต้องห่วง
ข้าจะหาคนมาสะสางเื่นี้ เ้าคอยจับตาดูก็พอ!” โม่ซันซันเอ่ยเสียงเข้ม
“ขอรับ!”
ผู้ใต้บังคับบัญชาตอบรับ
วังหลวงชิงจิง
จูเยี่ยนสลัดหลุดจากลูกน้องของหวังเค่อได้
ก่อนจะหาที่นั่งลงหารือกับเนี่ยเทียนป้า
“เนี่ยเทียนป้า
เ้าตั้งใจฆ่าหวังเค่อจริงๆ?” จูเยี่ยนเอ่ยอย่างคาดหวัง
“อะไร? เ้าจะช่วยข้า?”
เนี่ยเทียนป้ามองจูเยี่ยน
“ไม่ ข้าแค่จะบอกเ้าว่า
หวังเค่อมีศัตรูคู่แค้นคนหนึ่ง ขอเพียงเ้าไปหามัน มันย่อมต้องมา!”
จูเยี่ยนเอ่ยด้วยสายตาเชื่อมั่น
“อ้อ?” เนี่ยเทียนป้าเอ่ยเชิงถาม
“หาดทรายทิศเหนือของเกาะเทพั
มีถ้ำอสรพิษอยู่ถ้ำหนึ่ง าาอสรพิษในนั้นเฝ้าฝันถึงวันแก้แค้นต่อหวังเค่อ
น่าเสียดายที่มันหาหวังเค่อไม่เจอ!” จูเยี่ยนเล่า
“ใช่แล้ว
ข้าอยู่บนเกาะเทพัและได้ยินเสียงคำรามโกรธแค้นของราชันอสรพิษหลายต่อหลายครั้ง
มีครั้งหนึ่งที่ข้าถูกอสรพิษล้อมจับไว้ เมื่อราชันอสรพิษถามข้า
ข้าเล่าให้มันฟังถึงความแค้นไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้าของข้ากับหวังเค่อ
มันถึงได้ปล่อยข้าออกมา ข้ายังรับปากกับมันว่า
จะแจ้งเบาะแสของหวังเค่อทันทีที่หาพบ เ้าเอาของแทนตัวข้าไป ไปหาราชันอสรพิษ!”
จูเยี่ยนเอ่ยเสียงหนัก
เนี่ยเทียนป้าเหล่มองจูเยี่ยน
“ข้าจะบอกเ้าเองว่าไปยังไง
จะหานาวาทะเลพิษเพื่อไปทะเลพิษยังไง จะหาเกาะเทพัยังไง หาราชันอสรพิษยังไง
แต่เ้าต้องไปให้ได้!” จูเยี่ยนเอ่ยอย่างคาดหวัง
“แล้วเ้าทำไมไม่ไปเองล่ะ?”
เนี่ยเทียนป้าขมวดคิ้ว
“ข้าจะไปยังไงล่ะ? บัดซบ ข้าตอนนี้คือศิษย์สังกัดสำนักหวังเค่อ เป็ท่านอาทวดของข้าจัดแจง
ข้าจะไปคัดง้างอะไรได้? แต่ข้าจะยอมเป็ศิษย์ของหวังเค่อได้ยังไง
ขอเพียงมันตาย ข้าก็ไม่ต้องเข้าสังกัดมันแล้ว!” จูเยี่ยนสูดลมหายใจลึก
“หวังเค่อมันก็แค่เซียนเทียน
พวกเราร่วมมือกันสังหารมันก็พอแล้วนี่? พวกเราสองคนเป็ดวงธาตุทองคำนะ?”
เนี่ยเทียนป้าขมวดคิ้ว
“ผายลม
ฤทธิ์อาถรรพ์หวังเค่อร้ายกาจแค่ไหน เ้าเองมิใช่เคยเผชิญกับมันมาก่อนหรือไง?
ยังคิดจะลองอีก?” จูเยี่ยนจ้องหน้า
เนี่ยเทียนป้าหน้าเปลี่ยน
จริงดังว่า หวังเค่อพกกระบี่บินติดตัวนับไม่ถ้วน หากมันะเิออกพร้อมกันหมด
จะให้ตีอะไรได้
“ไปแล้วกลับมาให้เร็วที่สุด!
ไม่ต้องห่วง ต่อให้ออกจากชิงจิง ข้าจะทิ้งร่องรอยไว้ให้เ้า!” จูเยี่ยนสั่ง
เนี่ยเทียนป้าใคร่ครวญชั่วครู่
ก่อนผงกศีรษะในท้ายที่สุด
หวังเค่อหลอกต้มเงินทองข้าไปตั้งเท่าไหร่!
อย่างน้อยก็ต้องเอาเงินของตัวเองคืนมาให้ได้!
“อย่าหลอกข้าเด็ดขาด!”
เนี่ยเทียนป้าเน้น
“วางใจเถอะ!
พวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน! ข้าจะหลอกเ้าทำไม?” จูเยี่ยนรับประกันด้วยสายตาแน่วแน่
ห้องนอนแม่ทัพเมืองชิงจิง
หวังเค่อจ้องมองดูจางหลี่เอ๋อร์บนเตียง
ใบหน้าบิดเบี้ยว
จางหลี่เอ๋อร์ตอนนี้มีขนนกแดงฉานหุ้มร่างอย่างสมบูรณ์
ดูไปเหมือนดักแด้ั์ ตอนนี้มองไม่เห็นร่างนางแม้แต่น้อย
“นี่จางหลี่เอ๋อร์จริงใช่ไหม?”
หวังเค่อเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ
“ใช่แล้วท่านประมุข!
พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!” พี่หญิงเล็กเอ่ยด้วยกังวล
“หรือว่านางจะเป็โรคประหลาดร้ายแรงอะไร?
โรคปัจจุบันที่จู่ๆ ก็กำเริบ? ขนนกงอกทั่วตัว?
นี่มัน…นี่มันช่าง...!” หวังเค่อพูดไม่ออกไปพักใหญ่
“ข้าควรแจ้งพรรคอีกาทองคำหรือไม่?”
พี่หญิงเล็กถาม
“แจ้งผายลมน่ะสิ
เื่นี้หากพวกมันรู้ ข้าคงต้องแบกหม้อก้นดำคนเดียว! ถึงตอนนั้น
ข้าต้องถูกบังคับให้รับผิดชอบโดยการแต่งกับนาง แล้วจะให้ข้าทำยังไง?” หวังเค่อเอ่ยด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
“งั้น...จะทำยังไงดี?”
พี่หญิงเล็กวิตก
วาจาเมื่อครู่
หากเป็จางเจิ้งเต้าย่อมต้องบอกว่าหวังเค่อหน้าไม่อาย ทว่า
ลูกน้องของหวังเค่อล้วนเห็นดีเห็นงาม ในสายตาของพวกมัน
ประมุขจึงเป็บุคคลที่สมบูรณ์แบบที่สุด
มีแต่พวกนางเซียนสำนักใหญ่ทั้งหลายที่ร่ำร้องวิงวอนขอแต่งกับมัน
นี่เป็เื่สมเหตุผลแล้ว
“ข้าต้องล่วงหน้าไปชุมนุมประตูัก่อน
ศิษย์พี่รองอยู่ที่นั่น ข้าจะขอให้มันช่วยสอบถามหาวิธีการรักษาจางหลี่เอ๋อร์!
พักนี้มันอะไร มีเื่วุ่นวายมาให้ข้าทุกวันสิน่า!” หวังเค่อพร่ำบ่น
“ทราบแล้ว!”
พี่หญิงเล็กรับปากอย่างนอบน้อม
“หาโลงศพมาบรรจุไว้ก่อน
พยายามไม่ทำตัวเด่นระหว่างทาง พวกเราต้องไม่ก่อเื่!” หวังเค่อออกคำสั่ง
“ทราบแล้ว
ข้าจะไปเตรียมการเดี๋ยวนี้!” พี่หญิงเล็กรับคำสั่ง
หวังเค่อเดินออกมาด้านนอกก็พบพี่ใหญ่ในเวลาไม่นาน
“พี่ใหญ่
เื่ในชิงจิงข้าช่วยเหลือท่านจัดการไปส่วนหนึ่ง ที่เหลือต้องพึ่งท่านแล้ว!”
หวังเค่อเอ่ยเสียงหนักแน่น
“ใช่แล้ว ตอนนี้ผู้สืบทอดอันเที่ยงธรรมของราชวงศ์ต้าชิงก็ปรากฏแล้ว
แม่ทัพนายกองทั่วทิศล้วนกลายเป็กองทัพระส่ำระสาย พวกมันพยศไปได้อีกไม่นานหรอก!”
พี่ใหญ่หัวเราะ
“ยังมี
บรรดาเซียนเทียนที่รับสมัครมาจากเมืองเซียน
พวกเราต้องเพิ่มความระวังในความปลอดภัยของพวกมัน
เพราะพวกมันถูกคุ้มครองอยู่ด้วยประกันอุบัติเหตุ ถึงมีระยะประกันแค่ห้าปี
ทั้งยังมีเงื่อนไขการรับประกันต่างๆ แต่ก็ห้ามให้พวกมันตายเด็ดขาด!
พวกมันหากตายแถมไม่อยู่ในเงื่อนไขงดเว้นประกัน ข้าต้องจ่ายค่าชดเชยบานเบอะ!”
หวังเค่อกำชับ
“ท่านประมุขโปรดวางใจ
ครั้งนี้พวกเรารับสมัครเซียนเทียนมาจำนวนมาก ไม่มีปัญหาแน่
หลักการรบของพวกเราคือรุมจู่โจมงดฉายเดี่ยว! สิบรุมหนึ่ง ยังไงก็ไม่น่ามีปัญหา!”
พี่ใหญ่รับประกัน
“สิบเซียนเทียนต่อหนึ่งเซียนเทียน?
พอหรือ?” หวังเค่อขมวดคิ้ว
“น่าจะพอนะ?” พี่ใหญ่เริ่มไม่แน่ใจ
ต่างก็เป็เซียนเทียนเหมือนกัน
ใช้สิบรุมหนึ่งแล้ว ไม่น่ามีปัญหาหรอก!
“เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
เพิ่มคนหน่อยจะเป็ไร? ยังไงซะพวกเซียนเทียนที่เรารับมาก็ไม่ได้ต้องใช้เงินจ้างนี่
งั้นก็รับมาเพิ่มอีกหน่อย! เอายี่สิบต่อหนึ่งไปเลย! แบบนั้นดีกว่าไหม?” หวังเค่อขมวดคิ้ว
“อา อย่างนั้นก็น่าจะได้!”
พี่ใหญ่เอ่ยพร้อมสีหน้าประหลาด
“ข้าทำก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคนทั้งนั้น
งั้นเอาตามนี้ งั้นพวกเราเดินทางแล้วนะ!” หวังเค่อเอ่ยเสียงเข้ม
“น้อมส่งท่านประมุข!”
พี่ใหญ่แสดงความเคารพ
โถงใหญ่พรรคเทพหมาป่า์
มู่หรงลวี่กวงมองหน้าโม่ซันซันด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
“เ้าตำหนักโม่
ล้อกันเล่นหรือเปล่า? หวังเค่อคือนายท้ายเทพัของลัทธิมาร?
แถมจางหลี่เอ๋อร์ยังตามตื๊อมัน? หวังเค่อรับฝ่ามือเพื่อนาง?”
มู่หรงลวี่กวงตาแดงก่ำ
“ข้ารู้ว่าเ้าโกรธ
เ้าถือจางหลี่เอ๋อร์เป็เป้าหมาย! ใครจะคิดว่าจะเกิดเื่แบบนี้? แต่ข้ารู้สึกว่าหวังเค่อใช้วิชามารบางอย่างต่อจางหลี่เอ๋อร์อยู่!
ไม่อย่างนั้นนางคงไม่ตาบอดมาปักใจกับมัน? ตอนนี้ทุกอย่างถูกยืนยัน
หวังเค่อสมาคมกับพวกมารและเป็นายท้ายเทพั
มันคงใช้วิชามารต่อจางหลี่เอ๋อร์ไม่ผิดแน่!” โม่ซันซันเอ่ย
“เ้าตำหนักโม่
ท่านคิดว่าข้าหลอกง่ายนักรึ?” มู่หรงลวี่กวงสีหน้าขุ่นแค้น
“แล้วข้าจะหลอกเ้าไปทำไม?
โลกนี้ไม่มีกำแพงใดไม่มีรู เื่นี้ไม่ช้าก็เร็วย่อมแพร่กระจายออก
ข้าจำต้องโกหกด้วยหรือ? น่าเสียดายจางหลี่เอ๋อร์ตกอยู่ในบ่วงมารโดยไม่รู้ตัว
หวังเค่อตอนนี้ออกเดินทางพร้อมพวกมารแล้ว!” โม่ซันซันเอ่ย
“เป็ไปไม่ได้!
เป็ไปไม่ได้!” มู่หรงลวี่กวงลั่นวาจาอย่างขมขื่น
“ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูด้วยตา
อ๋องต้าชิงจูเยี่ยนตอนนี้กลายเป็มาร เ้าเองก็น่าจะได้ข่าว
ตอนนี้มันคือศิษย์ใต้บังคับบัญชาของหวังเค่อ! คนของพวกเราเห็นมากับตา!
เ้าอยากไปดูเองมั้ยล่ะ!” โม่ซันซันเอ่ยยิ้มๆ
มู่หรงลวี่กวงหน้าเขียว
“สิ่งสำคัญคือจางหลี่เอ๋อร์ถูกวิชามารครอบงำ!
ข้าจำได้ว่าเ้าลั่นปากว่าจะตบแต่งจางหลี่เอ๋อร์ ตอนนี้…!
ข้าเกรงว่าหวังเค่อจะชิงตัดหน้าเ้าเสียก่อนน่ะสิ!” โม่ซันซันกลั้วยิ้ม
“ผายลม! มันกล้า!”
มู่หรงลวี่กวงะโ
“ตอนนี้คนกำลังเดินทาง
คนของข้าเองก็จับตาอยู่ เ้าจะไปดูด้วยตาตัวเองมั้ย?” โม่ซันซันยุ
“ที่ไหน?” มู่หรงลวี่กวงแค่นเสียงขื่น
“ข้าจะหาคนนำทางเ้า
แต่ข้าไม่ไป ยังไงซะหวังเค่อก็เป็รองเ้าตำหนักหมาป่าบูรพา
เื่นี้ตำหนักบูรพาต้องเป็คนจัดการ!” โม่ซันซันยิ้ม
มู่หรงลวี่กวงแค่นเสียงเย็น
ภายใต้การนำของสมุนโม่ซันซัน มันเร่งรีบออกจากประตูลงเขาไล่ตามคนทันที
โม่ซันซันมองดูแผ่นหลังมู่หรงลวี่กวงที่จากไป
ประกายตาทอแววคาดหวัง “มู่หรงลวี่กวง ช่วยข้าด้วยแล้วกัน ฮ่าฮ่าฮ่า!”
พร้อมกันนั้น
มันก็สืบเท้าลอบติดตามหลังไปเงียบๆ
ท่ามกลางป่าทึบแห่งสิบหมื่นมหาบรรพต
ขบวนไว้ทุกข์สวมชุดขาว
แบกโลงศพหลังหนึ่งเดินฝ่าป่าเขา
หวังเค่อเดินนำพร้อมหนวดเคราประดับเต็มหน้า
จูเยี่ยนเดินมาถึงด้านหน้าขบวน
“หวังเค่อ
เ้าหมายความว่ายังไง? ทำไมพวกเราต้องแต่งตัวแบบนี้ตลอด!”
จูเยี่ยนหน้าง้ำ
“ข้ารู้สึกเหมือนพวกเราถูกสะกดรอย!
เหมือนมีคนคอยตามตลอดเวลา!” หวังเค่อขมวดคิ้ว
“หือ?” จูเยี่ยนหน้าเปลี่ยนสี
สัญลักษณ์ที่ข้าทำไว้ให้เนี่ยเทียนป้าโดนเจอหรือเนี่ย?
“ข้าถึงต้องปลอมตัวพวกเราเป็ขบวนแห่ศพไงเล่า!
ถ้าจำเป็ก็ลอกคราบหลบหนี ไม่ให้ใครรู้!” หวังเค่ออธิบาย
จูเยี่ยนหน้าเบี้ยว
“แล้วไอ้แผนลอกคราบนี่ยังไง?”
“เ้าไม่ต้องสนเื่นี้
เดินต่อไปก็พอ ถ้าเจอคนระหว่างทางก็อย่าเสนอหน้ายิ้มล่ะ ดูบทของตัวเองด้วย!”
หวังเค่อจ้องจูเยี่ยน
“ข้าเป็ใคร?” จูเยี่ยนจ้องกลับ
“เ้าใส่ชุดผ้าป่านไว้ทุกข์
เป็ชุดสำหรับลูกหลานกตัญญู ดังนั้นหน้าที่เ้าคือเป็ิญญาคร่ำครวญ!”
หวังเค่ออธิบาย
“ผายลม ข้าไม่ร้อง
เ้าสิร้อง!” จูเยี่ยนมองใส่
“เ้าไม่เห็นหรือไง? นี่มันขบวนศพ พวกเราสวมบทต่างกัน ข้าใส่หนวดเครา ภรรยาข้าก็อยู่ในโลง!
เ้าต้องรู้บทของตัวเองด้วยเวลาแสดง! บทของข้าแค่เศร้า จำไว้ด้วย!” หวังเค่ออธิบาย
“บัดซบ อะไร
พวกเ้าเล่นเป็ผัวเมีย ส่วนข้าเป็ลูกกตัญญู?” จูเยี่ยนถลึงตา
“ก็ก่อนหน้านี้เ้าเองไม่ใช่หรือไงที่รีบมาแย่งชุดนี้ไป
ไม่มีใครบังคับเ้าใส่ซะหน่อย!” หวังเค่อเอ่ย
จูเยี่ยน “…!”
“หวังเค่อ เ้าจำไว้
ข้าไม่มีทางเชื่อฟังเ้า งานชุมนุมประตูั ข้าอยากไปก็ไป
ถ้าข้าไม่อยากไปข้าก็ไม่ไป!” จูเยี่ยนเอ่ยเสียงเย็น
“เ้าไม่ไปงานชุมนุมประตูั?”
หวังเค่อจ้องหน้า
“เฮอะ
เ้าคือคนรับปากกับท่านอาทวดว่าจะพาข้าไปงานชุมนุมประตูั
ข้าไม่ได้รับปากด้วย!” จูเยี่ยนเอ่ยอย่างภาคภูมิ
“เ้าไม่เชื่อฟังข้า
ไม่กลัวท่านอาทวดของเ้าตีเอา?” หวังเค่อถาม
จูเยี่ยนหน้าแข็งค้าง
“แถมในท้องของเ้ายังมีะเิเวลาอยู่
เ้าัทองนั้นพร้อมะเิได้ตลอดเวลา เ้าไม่ไปงานชุมนุม
แล้วใครจะช่วยเ้าปลดชนวนะเิ? เ้าอยากเดินๆ
ไปก็ตัวะเิตายว่างั้น?” หวังเค่อมองหน้าจูเยี่ยน
จูเยี่ยนหน้าดำคล้ำ
ทำไมข้ามันดวงซวยอย่างงี้!
“แต่ยังไงก็ไม่ต้องรีบขนาดนี้มั้ยล่ะ
พวกเราเดินมาสิบวันสิบคืนแล้วนะ! จะเดินไปถึงเมื่อไหร่?” จูเยี่ยนอ่อนลง
พยายามต่อรอง
“ข้ารู้จักทางข้างหน้า
ข้ามเขาลูกนั้นจะมีแม่น้ำ เป็ที่ราบลุ่มแห้งๆ เหมาะแก่การพัก!”
หวังเค่อเอ่ยพลางชี้นิ้ว
“เ้าเคยไปด้วย?” จูเยี่ยนถามด้วยความสงสัย
“ใช่
ด้านหน้ามีวัดสะกดมารอยู่ เป็วัดร้างโบราณคร่ำคร่า แต่พื้นที่ไม่เลว
ถูกะเิไปก่อนหน้านี้! แต่ถ้าจะปรับพื้นที่ใช้เวลาไม่นานก็พออยู่ได้!”
หวังเค่ออธิบาย
วัดสะกดมาร?
ครั้งที่หวังเค่อและจางเจิ้งเต้าช่วยเหลือองค์หญิงโยวเยว่ไว้
ทั้งหมดปลอมแปลงกาย หวังเค่อหน้าสิวปรุ จางเจิ้งเต้าปลอมเป็สตรีอัปลักษณ์
แต่พวกมันมาเจอเนี่ยเทียนป้า หลังการต่อสู้ เนี่ยเทียนป้าถูกสังหาร!
วัดสะกดมารเองก็ถล่มลงภายใต้การะเิมหาศาล ไม่นานหลังถูกฝังใต้ซาก
มารโลหิตที่วัดสะกดมารสะกดไว้ก็เข้าสิงสู่ร่างเนี่ยเทียนป้า
ทำให้มันกลับฟื้นคืนชีพ หวังเค่อมีหรือจะลืมเลือนที่นี่ได้?
เมื่อทั้งหมดปีนป่ายข้ามูเามา
หวังเค่อก็ต้องตะลึง
“อะไรกัน? เป็ไปได้ยังไง?” หวังเค่องงงวย
“ท่านประมุข
ด้านหน้ามีวัดเขียนว่า “วัดสะกดมาร” บนป้าย!” ลูกน้องของหวังเค่อรายงานอย่างนอบน้อม
“หวังเค่อ
ไหนบอกว่าวัดสะกดมารถูกะเิ? วัดก็ยังดีอยู่นี่?” จูเยี่ยนพิศวง
“ข้า ข้าไม่รู้
หรือว่าเนี่ยเทียนป้าจะซ่อมมัน? นี่มันเหมือนก่อนะเิไม่ผิดเพี้ยน?”
หวังเค่อหน้าเหลอ
เปรี้ยงงง!
ตอนนี้เอง
ท้องฟ้าปรากฏทั้งลมฝนและสายฟ้าถล่มทลาย พายุฝนกระหน่ำซัดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ท่านประมุข พายุฝน
พวกเราไปหาที่หลบดีหรือไม่?” ลูกน้องของหวังเค่อถาม
หวังเค่อมองดูท้องฟ้าอย่างโง่งม
“นี่ อาถรรพ์อะไร? ท้องฟ้าใสๆ แท้ๆ พอเจอวัดก็กลายเป็พายุเมฆบวกฟ้าผ่าซะงั้น? เฮี้ยนขนาดนี้เลย?” หวังเค่อจ้องมองท้องฟ้าด้วยสายตาประหลาด
ชายหนุ่มทอดสายตามองไปยังวัดโบราณเบื้องหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน
วัดสะกดมารที่เบื้องหน้านี้สภาพพิกลจนเกินไป ใครจะอยากเข้า?
“มัวเหม่ออะไรอยู่? ไปเร็ว! มันก็แค่วัด จะกลัวอะไรนักหนา! เ้าว่าเนี่ยเทียนป้าซ่อมมัน
งั้นก็ไม่มีอะไรต้องห่วง พายุฝนฟ้าคะนองมาแล้ว จะอยู่รอฟ้าผ่าหรือไง ไป!”
จูเยี่ยนวิ่งเข้าใส่วัดสะกดมารเพื่อหลบฝนอย่างไม่ลังเล
นี่เป็เพราะมันมีนัดหมายกับเนี่ยเทียนป้า
มันรู้ว่าเนี่ยเทียนป้ารู้จักที่นี่ แน่นอนว่าต้องคิดเข้าไปรอเนี่ยเทียนป้าให้เร็วที่สุด
หวังเค่อ “…!”
หวังเค่อได้แต่เตือนให้ทุกคนระวังตัว
กลุ่มคนทั้งหมดแบกโลงศพมุ่งหน้าสู่วัดสะกดมาร
ทันทีที่มาถึงทางเข้า
หวังเค่อก็หยุดลงกะทันหัน เนื่องเพราะในวัดมีไฟ มีกระทั่งเสียงเคาะไม้บักฮื้อ!
“อมิตาพุทธ
เป็เกียรติอย่างสูงที่มีแขกมาเยือนวัดซอมซ่อ ท่านผู้ใจบุญทั้งหลาย
เบื้องนอกฝนตกหนักนัก โปรดเข้ามาเถิด!” มีเสียงดังออกมาจากวัดสะกดมาร
