เช้าวันต่อมา ทันทีที่รู้สึกตัวตื่นจินฝูก็ปวดหัวเป็อย่างมาก นางต้องวิ่งไปอาเจียนหลายหนกว่าจะรู้สึกโล่งหัวขึ้น เมื่อคืนวานนี้นางดื่มไปไม่น้อย สุราบุปผานั่นรสชาติหวานใช้ได้ ยิ่งดื่มยิ่งหยุดไม่ได้ นางจึงดื่มไปสองไหหลังจากนั้นภาพก็ตัดไปเสียดื้อๆ
นางยกมือขึ้นมานวดขมับทั้งสองข้างของตนแล้วจึงลุกไปจัดการตนเอง หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็นึกขึ้นได้ว่าเช้านี้นางตื่นสายและไม่ได้ไปปรนนิบัติกู้เหยียนฉี หญิงสาวก็เบิกตากว้าง รีบวิ่งตรงไปที่ห้องโถงใหญ่ทันที แต่เพราะดื่มหนักไปหน่อย ทำให้นางรู้สึกเวียนหัวร่างกายโงนเงนเล็กน้อย
กู้เหยียนฉียามนี้กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ในห้องโถงใหญ่ วันนี้เข้าไม่ต้องเข้าร่วมประชุมยามเช้าเพราะเป็วันพักผ่อน
เมื่อคืนนี้กว่าจะจัดการปราบพยศจินฝูได้เล่นเอาเขาเหนื่อยไม่น้อยเลย เขาไม่ได้ให้คนไปปลุกนางมาปรนนิบัติกินอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวัน ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อนางไม่มาเขากลับรู้สึกว่าตนเองกินอาหารได้น้อยลง เมื่อเห็นว่าอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะมีหลายจานที่เขายังไม่ได้แตะต้อง จึงสั่งให้พ่อบ้านตู้นำไปอุ่นเอาไว้รอนางตื่นขึ้นมาแล้วค่อยให้นางกินเหมือนทุกวัน
ั้แ่มีนางเข้ามามันทำให้เขารู้สึกว่าการมีคนกินข้าวด้วยมันก็มีความสุขดีเหมือนกัน นานมากแล้วที่เขาไม่ได้มีคนมากินอาหารด้วยกัน
“ท่านอ๋อง! หม่อมฉันมาสายเพคะ!”
กู้เหยียนฉีเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมามอง ไม่ผิดจากที่คิดเอาไว้ ยามนี้จินฝูกำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะคุกเข่าลงแต่เพราะรีบร้อนเกินไปหน่อยไม่ทันระวัง นางจึงล้มหน้าคะมำลงไปนอนคว่ำหน้าอยู่ที่พื้น
จินฝูร้องโอดครวญรู้สึกขายหน้าเป็อย่างมาก นางรีบหยัดกายลุกขึ้นนั่งหลังตรงแล้วจึงเอ่ยขอรับโทษจากเขา
"ท่านอ๋อง โปรดอภัยด้วย หม่อมฉันตื่นสายไปหน่อยจึงไม่ได้มาปรนนิบัติรับใช้พระองค์ โปรดลงโทษด้วยเพคะ เอิ๊ก"
เอ่ยจบนางก็เรออกมาชุดใหญ่ หญิงสาวรีบยกมือปิดปากตนอย่างลนลาน
กู้เหยียนฉีวางตำราในมือลง แล้วจึงเอ่ยกับนาง
“ตื่นแล้วหรือ ลูกพี่กู้คิดว่าเ้าจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วเสียอีก”
จินฝูเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยถามคนตรงหน้าทันที
“ท่านอ๋อง ว่าอย่างไรนะเพคะ?”
กู้เหยียนฉีใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มคราหนึ่ง
“เมื่อคืนเ้าเมาหนัก อาละวาดไปทั่ว ซ้ำยังเรียกข้าว่าลูกพี่กู้ เ้าจำไม่ได้แล้วหรือ?”
จินฝูย่นหว่างคิ้วพลางครุ่นคิดอย่างหนัก อยู่ๆภาพหนึ่งก็ปรากฏในหัวของนาง หลังจากนางเมาก็เหมือนว่ากำลังสนทนากับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง นางขี่หลังเขา และพาเขาเข้าห้อง
ภาพต่างๆเริ่มชัดเจนขึ้น จินฝูยิ้มแห้งแล้วจึงเงยหน้าไปมองเขาทันที
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันขี่หลังพระองค์ และเรียกพระองค์ว่าลูกพี่กู้?”
“ถูกต้องแล้ว”
จินฝูยกมือขึ้นมาตีหน้าผากตนอย่างสุดจะทน จบเห่แล้วจบเห่แล้ว นางรีบเอาหัวโขกพื้นแต่ไม่กล้าโขกแรงเพราะกลัวเจ็บ ปากก็ร้องขอความเมตตาไปด้วย
“ท่านอ๋อง ประทานอภัยด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันไม่กล้าดื่มแล้ว ไม่กล้าแล้วเพคะ”
“ช่างเถอะ ข้าไม่ถือสาคนเมาหรอก อีกอย่าง การโขกหัวขอรับโทษของเ้าไม่จริงใจเอาเสียเลย!”
“แหะแหะ โขกแรงไม่ดีเพคะ สมองส่วนหน้าอาจจะกระทบกระเทือนเอาได้”
“เหอะ”
กู้เหยียนฉีไม่อยากจะเถียงกับนางเพราะรู้ว่าอย่างไรนางก็สามารถหาทางลงให้ตนเองได้เสมอ
จินฝูทำหน้าประจบประแจง นางพยายามทำตัวเล็กตัวน้อยไม่ให้เขาโมโห แต่ทว่าอยู่ๆท้องเ้ากรรมก็ส่งเสียงร้องโครกครากขึ้นมา กู้เหยียนฉีปรายตามองสตรีตรงหน้าคราหนึ่ง ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาดีดเสียงดังเป๊าะ ไม่นานก็มีนางกำนัลยกอาหารเข้ามาวางตรงหน้าจินฝู จินฝูตกตะลึงมาก นางมองอาหารตรงหน้าคราหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามกู้เหยียนฉี
"นี่คือ?"
"อาหารที่ข้ากินเหลือเมื่อเช้านี้ ข้ากินไม่หมดจึงเก็บเอาไว้ให้ตัวตละกละอย่างเ้ากิน"
จินฝูร้องว้าวในใจ นี่คืออาหารที่เขากินเหลือเอาไว้เมื่อเช้าหรือ เหตุใดมันจึงน่ากินเช่นนี้เล่า นางไม่ถือสาที่เขาเคยแตะต้องอาหารเหล่านี้มาแล้ว ขอเพียงอิ่มท้องก็พอ พ่อบ้านตู้ที่ยืนอยู่อีกทางลอบเบ้ปากคราหนึ่ง อาหารเหลือที่ใดกัน เขายังไม่เห็นท่านอ๋องแตะสักคำ จะกินจานไหนก็มีสีหน้าคิดหนัก ทำเหมือนกับว่าอยากเก็บเอาไว้ให้นางกินคนเดียวเสียอย่างนั้น!
จินฝูกินอาหารตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ อีกทั้งยังซดน้ำแกงสร่างเมาจนหมดชามอีกด้วย เมื่อกินอิ่มท้องอุ่นแล้ว นางก็สร่างเมาเป็ปลิดทิ้ง กู้เหยียนฉีมองหญิงสาวตละกละตรงหน้าก่อนจะลอบยิ้มมุมปาก คนเช่นนางวันๆนอกจากทำงานในจวนแล้ว ก็มีแต่เื่กินกับนอนนี่ล่ะที่นางให้ความสำคัญเป็อันดับต้นๆ
สตรีที่ี้เีขนาดนี้เหตุใดจึงดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูกกันนะ
จินฝูยกมือขึ้นมาลูบท้องตนเอง นางอิ่มมากจริงๆ ชีวิตเช่นนี้ดีมาก ขอเพียงเขาให้นางกินอิ่มทุกวันนางเองก็จะยินดีรับใช้เขาไปจนตาย กลายเป็หมูตัวอ้วนๆกินนอนอยู่ในจวนของเขาไปชั่วชีวิต
"ท่านอ๋อง พระองค์ทรงอ่านตำราไปนะเพคะ หม่อมฉันจะนอนพิงเสาอยู่ตรงนี้ ไม่รบกวนพระองค์แน่นอน หาก้าสิ่งใดเรียกใช้หม่อมฉันได้เลยนะเพคะ"
เอ่ยจบนางก็ทิ้งกายลงนอนพิงเสาอย่างสบายอารมณ์ กู้เหยียนฉีส่งเสียงเหอะแล้วจึงอ่านตำราต่อไป แต่ทว่าอ่านไปได้เพียงสามหน้าเขาก็ถึงกับต้องวางตำราลง
"ครอก ฟี๊! เนื้อหมูสันในอร่อยมาก ลูกพี่กู้ท่านลองชิมดูสิ มาๆอ้าปาก"
จินฝูหลับสนิทก็จริงแต่ยังละเมอถึงเื่กินไม่หยุด เขาส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ และวางตำราในมือลง แล้วจึงนั่งจ้องนางอยู่เช่นนั้น
กู้ม่อหลียังคงมาจับตาดูจวนอ๋องทุกวัน อีกทั้งยังจับตาดูจินฝูอย่างไม่ละสายตา กู้เหยียนฉีทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เพราะอยากรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคิดจะทำสิ่งใด เดิมทีเขาคิดว่าจินฝูอาจจะเป็คนที่เจี่ยงฮองเฮาส่งมา แต่เท่าที่เขาสังเกตนางมาระยะหนึ่งกลับพบว่าไม่น่าจะใช่ สตรีนางนี้กินนอนเหมือนหมูตัวหนึ่ง ไม่ได้คิดจะทำอันใดนอกจากอุ้มไก่อุ้มแมวไปเดินเล่นและใช้ชีวิตในจวนให้ผ่านพ้นไปวันต่อวัน และนางก็ไม่ได้ทำตัวสอดรู้สอดเห็นเื่ของเขาเลยด้วยซ้ำ
เช่นนั้นกู้ม่อหลีมาลอบจับตาดูนางด้วยเหตุใดกัน?
กู้เหยียนฉีมองดูจินฝูที่ยกมือเช็ดน้ำลายตนคราหนึ่งแล้วก็ส่ายหน้าไปมา
สภาพนางไม่เหมาะเป็สายลับ เหมาะกับการเป็หมูนอนกินมากกว่า
จินฝูหลับไปนานไม่น้อย เมื่อนางตื่นขึ้นมาก็พบว่ากู้เหยียนฉีกำลังนั่งมองนางอยู่ หญิงสาวรีบดีดกายลุกขึ้นทันที
“ท่านอ๋อง”
"ไปกับข้า"
“ไปที่ใดเพคะ?”
กู้เหยียนฉีไม่ตอบแต่กลับเดินออกไปจากเรือนใหญ่อย่างรวดเร็ว จินฝูจำต้องเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว นางเองก็ไม่รู้วาเขาจะพานางไปที่ใดเหมือนกัน นางเป็เพียงสาวใช้ไม่มีสิทธิ์ไปเอ่ยถามอันใดเขา บางคราการสอดรู้สอดเห็นน้อยลงสักหน่อยอาจจะมีชีวิตที่ยืนยาวนานขึ้น
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูจวน จินฝูก็พบว่าไม่ได้มีเพียงนางที่ไปกับเขา แต่ยังมีพ่อบ้านตู้และนางกำนัลอีกสามสี่คนติดตามไปด้วย นางกำนัลเ่าั้ยืนตัวตรง อีกทั้งในมือยังถือกล่องอาหารเอาไว้คนละกล่อง
"ขึ้นรถม้าสิ ยืนโง่อยู่ทำไมกัน"
จินฝูหันมามองกู้เหยียนฉี แล้วจึงพยักหน้าและรีบตามเขาขึ้นรถม้าทันที เมื่อนางเข้ามานั่งในรถม้าก็พบว่ามันวิเศษมาก ข้างในรถม้าหลังนี้มีทุกอย่างพร้อมสรรพ อีกทั้งมีเบาะรองนั่งนุ่มๆให้นั่งอย่างสบายด้วย จินฝูรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับทุกอย่างในรถม้าหลังนี้มาก กู้เหยียนฉีทำเป็มองไม่เห็นสายตาซุกซนของนาง เขาแปลกใจเล็กน้อยที่นางไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถามว่าเขาจะพานางไปที่ใด ยังคงทำตัวไม่รู้ไม่ชี้เช่นที่เคยทำ แต่เป็เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาเองก็ไม่ชอบคนที่ถามมากจนไม่รู้กาลเทศะเช่นเดียวกัน
รถม้าออกเดินทางจากจวนอ๋องไปเรื่อยๆ จินฝูยื่นมือไปเปิดผ้าม่านเพื่อดูบรรยากาศโดยรอบคราหนึ่ง ั้แ่มาเกิดใหม่ในร่างนี้นอกจากวังหลวงและจวนอ๋องแล้ว นางก็ยังไม่เคยไปที่อื่นเลย เมื่อได้มาเห็นว่ามันรุ่งเรืองและงดงามมากเพียงใดนางเองก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
ในซีรี่ย์ว่าสวยอลังการแล้ว เมื่อได้มาเห็นของจริงกับตา นางจึงพบว่ามันสวยจนอธิบายเป็คำพูดออกมาไม่ได้เลย
จินฝูมองสิ่งต่างๆอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวก็คิดเื่หนึ่งขึ้นมาได้ ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมยังคงคิดถึงบ้านที่ตนจากมา ั้แ่เข้าวังหลวงมาเป็นางกำนัลนางจะส่งเงินกลับไปที่บ้านทุกเดือนโดยฝากคนส่งจดหมายนำไปมอบให้ และอีกไม่นานก็จะถึงกำหนดที่ต้องส่งเงินกลับไปให้คนที่บ้านแล้ว บ้านของเ้าของร่างเดิม มีบิดามารดาและน้องชายที่สุขภาพไม่สู้ดีอยู่คนหนึ่ง เงินที่นางส่งให้ส่วนหนึ่งก็เอาไว้รักษาอาการป่วยของน้องชายด้วย จินฝูรู้สึกสงสารพวกเขาไม่น้อยเลย ในเมื่อมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางเองก็ต้องสานต่อเื่นี้ ช่วยดูแลคนในครอบครัวเ้าของร่างเดิมอย่างไม่ให้ตกหล่น
“เหม่ออันใด ถึงแล้ว!”
จินฝูสะดุ้งเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ นางหันไปพยักหน้าให้เขาแล้วจึงรีบลงจากรถม้าไปก่อน ไม่นานกู้เหยียนฉีก็เดินตามลงมา เมื่อลงมาจากรถม้าแล้ว จินฝูจึงพบว่าสถานที่ตรงหน้าคือวัดนั่นเอง
กู้เหยียนฉีไม่เอยอันใด เพียงเดินนำพวกนางเข้าไปในวัด เมื่อเข้ามาถึงก็มีไต้ซือชรารูปหนึ่งออกมาต้อนรับ อีกทั้งยังสนทนากันเหมือนสนิทสนมมานานแล้ว จินฝูสอดส่ายสายตามองไปรอบๆด้วยความสนใจ
วัดแห่งนี้มีชื่อว่าวัดซือหม่า ที่นี่ร่มรื่นมาก อาจเพราะวัดแห่งนี้อยู่บนเขาทำให้มีลมพัดเย็นตลอดปี กู้เหยียนฉีไม่ได้เข้าไปกราบไหว้พระโพธิสัตว์ข้างในอารามหลวง เพียงมอบหมายให้พ่อบ้านตู้เป็ตัวแทนจัดการเื่ทั้งหมดและยังบริจาคเงินค่าน้ำมันตะเกียงและค่าธูปไปหลายสิบตำลึง ที่เขาไม่เข้าไปในอารามหลวง เพราะตัวเขาฆ่าคนมามาก บนตัวมีกลิ่นอายอาฆาตรุนแรงเกินไป จึงไม่อยากเข้าไปทำให้พระโพธิสัตว์ต้องทรงแปดเปื้อน
"ท่านอ๋อง ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว อาตมาได้สั่งให้คนเตรียมอาหารเจเอาไว้ให้พระองค์หลังจากกราบไหว้เสร็จ"
"ขอบคุณไต้ซือยิ่งนัก"
ไต้ซือรีบเอ่ยว่าไม่เป็ไรมิได้ แล้วจึงไม่อยู่รบกวนเขาอีก กู้เหยียนฉีที่เห็นเช่นนั้นจึงเดินตรงไปยังที่แห่งหนึ่ง จินฝูและนางกำนัลคนอื่นๆก็เร่งเดินตามไป เดินมาได้ไม่นานก็พบกับหลุมศพหลุมหนึ่ง แต่ทว่าด้านหน้าหลุมศพกลับไม่มีป้ายชื่อสลักเอาไว้ บรรยากาศโดยรอบเย็นสบาย มีดอกไม้ที่แสนงดงามปลูกเอาไว้เต็มไปหมด บนหลุมศพไม่มีหญ้าสักต้น ดูเหมือนว่าจะได้รับการดูแลเป็อย่างดี พ่อบ้านตู้รีบสั่งให้เหล่านางกำนัลเอาของที่เตรียมมาไปจัดวางหน้าหลุมศพจินฝูมองดูอยู่ห่างๆ ไม่ได้เข้าไปทำตัวเกะกะเลยแม้แต่น้อย
ยามนี้กู้เหยียนฉีกำลังกราบไหว้หลุมศพนั้นอย่างนอบน้อม จินฝูมองไม่เห็นสีหน้าเขา แต่นางกลับรับรู้ได้ว่าเขากำลังเศร้าเสียใจ
"นั่นคือหลุมพระศพของอดีตพระชายาชินอ๋อง พระมารดาของท่านอ๋อง"
จินฝูเมื่อได้ยินจึงหันไปมองพ่อบ้านตู้ทันที อยู่ๆความคิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในหัวของนาง
"วันนี้เป็วันตายของมารดาท่านอ๋องหรือเ้าคะ?"
พ่อบ้านตู้พยักหน้าและลอบชื่นชมที่จินฝูเข้าใจเื่ราวได้ดีโดยไม่ต้องให้เขาอธิบายมากนัก
"ใช่แล้ว นอกจากจะเป็วันตายของพระชายาแล้ว วันนี้ยังเป็วันเกิดของท่านอ๋องด้วย ั้แ่พระชายาสิ้นไป ท่านอ๋องก็ไม่เคยจัดงานวันเกิดอีกเลย ท่านอ๋องทรงตรัสว่าวันเกิดของพระองค์คือวันตายของพระมารดา ไม่อาจจัดงานรื่นเริงได้"
จินฝูฟังที่พ่อบ้านตู้เอ่ยจบก็ทอดสายตามองไปยังกู้เหยียนฉีที่นั่งอยู่หน้าหลุมศพด้วยแววตาที่วูบไหว นางไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องมาพบเจอเื่ราวะเืใจเช่นนี้
มารดาตายในวันเกิดของตนเอง เพียงเท่านี้นางก็พอเข้าใจได้แล้วว่าเขาจะต้องเ็ปมากเพียงใด แววตาที่นางมองเขาจึงอ่อนโยนขึ้นมาก
กู้เหยียนฉีกราบไหว้หลุมศพอยู่ราวครึ่งชั่วยาม เขาก็ลุกขึ้นเดินกลับมาหาพวกนาง และบอกว่าให้ไปกินอาหารเจก่อนแล้วค่อยกลับ
อาหารเจที่วัดแห่งนี้รสชาติดีมาก จินฝูยิ่งกินยิ่งหยุดไม่ได้อยากจะกินต่อไปเรื่อยๆ กู้เหยียนฉีทนมองต่อไปไม่ไหวจึงบอกว่าหากนางยังไม่หยุดกิน ก็บวชชีอยู่ที่นี่ไปเสียให้มันสิ้นเื่สิ้นราวจะได้กินอาหารเจไปชั่วชีวิต จินฝูลอบเบ้ปากคราหนึ่งแต่ก็ยอมหยุดกินแต่โดยดี
เมื่อเสร็จธุระแล้ว ก็ได้เวลากลับจวนอ๋องเสียที คนทั้งหมดเดินออกมาจากวัดซือหม่าอย่างไม่รีบไม่ร้อน ไม่คาดคิดว่ากู้เหยียนฉีจะได้พบเจอคนคุ้นเคยเข้าเสียก่อน
"เสด็จพี่ ท่านก็มาไหว้พระเช่นกันหรือ พอดีเลย วันนี้ข้าก็มาขอพรให้เสด็จแม่เช่นเดียวกัน"
บุรุษผู้มาใหม่เอ่ยกับกู้เหยียนฉีด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ทว่ากู้เหยียนฉีกลับมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย จินฝูลอบพินิจมองดูชายหนุ่มตรงหน้าคราหนึ่ง หน้าตาของเขาก็นับว่าใช้ได้ แต่ไม่่น่ามองเท่ากับกู้เหยียนฉี จินฝูมองเพียงปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่จริงใจเลยสักนิด อีกทั้งยังดูปลอมเปลือกมากอีกด้วย
"ยังไม่รีบถวายพระพรองค์ชายใหญ่กู้ม่อหลีอีก!"
พ่อบ้านตู้รับหันมาเอ่ยกับนางกำนัล ที่ยืนอยู่เสียงเข้ม เหล่านางกำนัลน้อยจึงรีบทำความเคารพอย่างนอบน้อม จินฝูเองก็ทำความเคารพเขาเช่นเดียวกัน
เป็ถึงองค์ชายใหญ่เชียวหรือนี่ แต่ท่วงท่าดูไม่เหมาะจะเป็องค์ชายเหมาะเป็พวกบ้ากามแถวหอนางโลมเสียมากกว่า
"ไม่ต้องมากพิธีหรอก"
กู้ม่อหลีเอ่ยกับเหล่านางกำนัลด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แล้วจึงเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่จินฝู พลันดวงตาของเขาก็ทอประกายวาบขึ้นมาสายหนึ่ง อีกทั้งยังแสดงออกว่าชื่นชอบอย่างไม่ปิดบัง
ทุกคราที่ไปตามดูนางเขาไม่อาจมองนางได้ชัดๆ ยามนี้ได้มาเห็นเต็มตาพบว่าช่างงามนัก!
จินฝูภายนอกไม่แสดงท่าทีใดแต่ในใจกลับรู้สึกไม่ชอบใจคนตรงหน้าเท่าใดนัก แต่คนเขาเป็ถึงองค์ชายนางย่อมไม่อาจทำอันใดได้
กู้เหยียนฉีมีหรือจะมองไม่ออกในท่าทีของกู้ม่อหลี ครานี้เขามั่นใจแล้วจินฝูและกู้ม่อหลีไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจริงๆหากเคยพบเจอกันมาจนคุ้นชิน กู้ม่อหลีไม่มีทางเผยท่าทีตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่เช่นนี้ออกมาอย่างแน่นอน ส่วนจินฝูเองก็มีใบหน้าเรียบเฉยไม่สนใจกู้ม่อหลีเลยแม้แต่น้อย
"ข้ากำลังจะกลับพอดี เชิญเ้าขอพรตามสบายเถอะ"
กู้เหยียนฉีคร้านจะสนทนากับฝ่ายตรงข้ามจึงหาทางบ่ายเบี่ยง กู้ม่อหลีเพียงพยักหน้าและไม่คิดจะรั้งตัวกู้เหยียนฉีเอาไว้เช่นเดียวกัน จินฝูที่เห็นว่าเ้านายไปแล้วจึงรีบเดินตามไปทันที แต่นางเพิ่งจะเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว กลับถูกใครบางคนคว้าจับแขนจนนางเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดเขา เมื่อนางเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าเป็กู้ม่อหลีนั่นเอง จินฝูใยิ่งคิดจะผละออกแต่เขากลับไม่ยอมปล่อยตัวนาง ซ้ำยังจ้องนางอย่างไม่ละสายตา เหล่าข้ารับใช้ต่างพากันก้มหน้างุด กิตติศัพท์ความบ้ากามขององค์ชายใหญ่มีผู้ใดบ้างไม่รู้แจ้ง
จินฝูเริ่มโมโหแล้ว ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่องค์ชายได้ถูกนางต่อยหน้าแหกไปนานแล้ว
กู้เหยียนฉีหันกลับมามอง แววตาทอประกายเย็นเยียบ เขาไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงเข้ามาดึงตัวนางออกจากกู้ม่อหลี แต่แรงดึงของเขาอ่อนโยนนักไม่ได้ทำให้นางเจ็บเลยแม้แต่น้อย เขาดันตัวนางให้มาอยู่ที่ด้านหลังของตน แล้วจึงหันไปเอ่ยกู้ม่อหลีด้วยน้ำเสียงเ็า
"นางกำนัลจวนอ๋อง ผู้ใดก็แตะต้องไมได้ นอกจากข้า!"
เอ่ยจบเขาก็คว้าจับข้อมือจินฝูให้เดินตามเขาไป จินฝูไม่ได้เอ่ยอันใดเพียงรีบเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย กู้ม่อหลีที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก นางยกมือของตนเองขึ้นมาสูดดมอย่างหื่นกระหาย ดูเหมือนว่ากลิ่นกายของสตรีนางนั้นจะหอมมากเหลือเกิน หากเขาจับนางเปลื้องผ้าได้เมื่อไหร่ จะสูดดมกายนางทั้งตัวให้สาแก่ใจไปเลย!
