ไท่จื่อมีลักษณะท่าทางประหนึ่งพี่ชายที่แสนดีทั้งที่จริงแล้วเขารู้สึกเกลียดชังน้องชายของตนเองเข้าไส้แต่สิ่งที่เผยออกมากลับเป็เพียงความรักที่มีต่อน้องชายเท่านั้น
แม้ใบหน้าของหลงเทียนอวี้จะกำลังยิ้มทว่าในใจมิได้ยิ้มตามท่าทางของเขาที่แสดงออกมาไม่ต่างอะไรจากน้องชายที่เคารพนับถือพี่ชายเป็อย่างมาก
หลินเมิ้งหยาที่ได้ฟังบทสนทนาของทั้งสองเพิ่งจะรู้ว่าพวกเขาไม่ได้กำลังคุยกันแต่พวกเขากำลังข่มขวัญซึ่งกันและกัน
เื่ของคนในราชวงศ์ แม้ภายนอกจะดูสวยงามแต่ภายในกลับเน่าเฟะ
ทั้งที่เป็พี่น้องร่วมสายเืแต่กลับทดสอบกันไปมา แม้แต่ความจริงใจเพียงเล็กน้อยก็หามีไม่
“หยาเอ๋อร์เหตุใดจึงยังไม่เข้ามาถวายคำนับฮองเฮา” พระสนมเต๋อเฟยร้องเรียกหลินเมิ้งหยา
ชำเลืองมองดวงตาคมกริบดั่งหงส์ของฮองเฮาหลินเมิ้งหยาทำใจให้สงบนิ่ง
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
นางเยื้องย่างเข้าไปใบหน้าส่งยิ้มอ่อนหวานแต่มีมารยาท
“หยาเอ๋อร์ถวายคำนับฮองเฮาขอให้ฮองเฮามีอายุยืนหมื่นปี”
“อืม พระสนมเต๋อเฟยโชคดีจริงเชียวเ้ามีลูกสะใภ้น่ารักและเชื่อฟังเช่นนี้” แม้ฮองเฮาจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ท่าทางของนางไม่เหมือนกำลังชมเชยเลยแม้แต่น้อย
คลื่นใต้น้ำสาดซัดเต็มแรงไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่างานเลี้ยงฉลองวันเกิดในคราวนี้ดูจะไม่เรียบง่ายเหมือนภาพที่เห็น
หลินเมิ้งหยาแสร้งทำสีหน้าเขินอายก่อนจะเงียบไปเพื่อเตรียมการรับมือ
นางจะต้องระมัดระวังในทุกประโยคที่เอื้อนเอ่ยกับฮองเฮา
“จริงสิเมื่อหลายวันก่อนเปิ่นกงส่งพระพุทธรูปเ้าแม่กวนอิมมาให้เ้า เช่นนั้นพระชายาอวี้นำออกมาให้ทุกคนได้เชยชมหน่อยจะเป็ไร”
ฮองเฮาเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาทำทีเอ่ยเื่นั้นออกมาลอยๆ
สีหน้าของหลินเมิ้งหยายังคงเหมือนเดิมอีกทั้งยังไม่เอ่ยยื้อเวลาใดๆ ทั้งสิ้น นางหันหลังกลับไปสั่งสาวใช้
“ไปนำพระพุทธรูปของเ้าแม่กวนอิมที่ฮองเฮาพระราชทานออกมาให้ทุกคนได้ดู”
ป๋ายจีโค้งคำนับ ก้มหน้าแล้วเดินออกไป
ทุกคนเริ่มครุ่นคิดสีหน้าของหลินเมิ้งหยายังคงเหมือนเดิมดังนั้นจึงไม่มีใครเข้าใจว่านางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ยังไม่ทันจะถึงเวลาครึ่งถ้วยชาผ๋อจื่อสองคนรีบอุ้มพระพุทธรูปเ้าแม่กวนอิมเข้ามาภายในห้องจัดงานเลี้ยง
ขณะเดียวกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์ทำให้ดวงตาของทุกคนสงบนิ่งทว่าสีหน้าของฮองเฮากลับเปลี่ยนไป
พระพทุธรูปเ้าแม่กวนอิมองค์นี้น่าจะแหลกละเอียดไปแล้วเหตุใดจึงยังอยู่ดีเป็ปกติเช่นนี้
“ทูลฮองเฮา หยาเอ๋อร์เคารพบูชาเ้าแม่กวนอิมด้วยความจริงใจอยู่เสมอพระองค์ลองดูเถิดเพคะว่ายังเหมือนเดิมเหมือนอย่างตอนมาหรือไม่?”
เสียงของหลินเมิ้งหยาไม่หนักหรือเบาจนเกินไปแต่กลับทำให้คนทั้งงานเลี้ยงได้ยิน
เหล่าฮูหยินที่เคยถวายงานรับใช้ในวังมาก่อนเพียงได้กลิ่นของไม้จันทน์ที่ส่งออกมาสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที
์โปรด นี่คือทรายิซาที่ทำลายชีวิตผู้คนไปนักต่อนักมิใช่หรือ
ไม่รู้ว่าพระชายาพระองค์นี้จะโชคดีและสามารถหลีกหนีจากอันตรายในคราวนี้ได้หรือไม่
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็เคารพบูชาต่อไปเถิดข้าหวังเหลือเกินว่าเ้าจะมีทายาทให้กับอ๋องอวี้โดยเร็ว พระสนมเต๋อเฟยจะได้มีความสุข”
สุดท้ายนางก็ยังคงเป็ฮองเฮาสีหน้าที่เคยเปลี่ยนไปกลับมาเป็ปกติดังเดิม
หัวใจของหลินเมิ้งหยากระตุกระรัวเมื่อครู่นางในที่อยู่ข้างกายฮองเฮาทั้งสองเพ่งมองพระพุทธรูปเ้าแม่กวนอิมแต่เหตุใดจึงไม่หาเื่นางกันเล่า?
หรือว่า...
หลินเมิ้งหยาเหลือบมองพระพุทธรูปเ้าแม่กวนอิมของที่พวกนางสร้างขึ้นมากะทันหันเช่นนี้สามารถหลอกลวงพวกเขาได้?
ฮองเฮารู้สึกหมดสนุกพระพุทธรูปเ้าแม่กวนอิมจึงถูกนำออกไป
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้นฮองเฮาหาใช่คนที่จะปล่อยเหยื่อไปได้ง่ายๆ
บางทีอาจจะยังมีอันตรายอะไรรออยู่
“เสด็จป้า หวู่เอ๋อร์ขอถวายคำนับเสด็จป้าขอให้เสด็จป้ามีความสุขตลอดไป”
หลินเมิ้งหวู่ไม่อาจอดรนทนได้อีกต่อไปในที่สุดก็พบโอกาสที่ตนเองจะชูคอขึ้นมาแล้ว
นางก้มหน้าลงเล็กน้อยใบหน้านวลรูปไข่ประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มไร้เดียงสา
“อืม ลุกขึ้นเถิด” ฮองเฮาแสดงสีหน้าเรียบเฉยมิได้แสดงออกถึงความดีใจใดๆ
ลูกสาวที่น้องสาวของนางให้กำเนิดและเลี้ยงดูมามิได้ฉลาดเฉลียวเท่าที่ควรเลย
ทว่าอยู่ๆ ความคิดก็เปลี่ยนไปแผนการร้ายบางอย่างพลันปรากฏขึ้น
“มานี่สิ เปิ่นกงมีเื่อยากกำชับเ้าตอนนี้พี่สาวของเ้าเป็ถึงพระชายาอวี้แล้ว เ้าควรจะมาที่นี่บ่อยๆอยู่ใกล้กับพี่สาวของเ้าเข้าไว้ ต่อไปจะได้แต่งงานกับคนที่เพียบพร้อมเหมาะสม”
หลินเมิ้งหวู่ใเล็กน้อยนางปล่อยให้ฮองเฮาจับมือตนเองอย่างอิสระและนั่งลงบนเก้าอี้้า
เจียงหรูฉินนั่งลงข้างกายพระสนมเต๋อเฟยทว่าหลินเมิ้งหวู่นั่งข้างฮองเฮา
ทั้งที่เป็งานเลี้ยงของพระสนมเต๋อเฟยทว่าหญิงสาวทั้งสองกลับก่อพายุเล็กๆอีกทั้งยังทำข้ามหน้าข้ามตาหลินเมิ้งหยาที่เป็นายหญิงของจวนแห่งนี้
“พี่สาว เมื่อกี้...”หลินจงอวี้ที่หายตัวไปั้แ่เริ่มงานอยู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นจากนั้นเขาส่งเสียงกระซิบกระซาบข้างหูของหลินเมิ้งหยา
ที่แท้ก็เป็เช่นนี้หลินเมิ้งหยาเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดสุดท้ายแล้วจึงไม่เกิดปัญหาตามมากับพระพุทธรูปเ้าแม่กวนอิมองค์นั้น
สายตาอ่อนโยนจ้องมองไปทางหลงเทียนอวี้ที่แสดงสีหน้าดั่งทองไม่รู้ร้อนก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เขา
ไม่ว่าหลงเทียนอวี้จะใช้วิธีไหนช่วยนางแต่นางก็รู้สึกขอบคุณเขาเหลือเกิน
“คิดไม่ถึงเลยว่าความรู้สึกที่น้องสามมีให้กับพระชายาจะดีขนาดนี้แม้จะอยู่ในงานเลี้ยงแต่ก็ยังมิวายแสดงออกถึงความรัก”
น้ำเสียงของไท่จื่อเปี่ยมไปด้วยความอิจฉาสาวงามในจวนของเขามีมากมาย แต่มิมีใครจะแสดงท่าทีเคารพและหวานซึ้งกับเขาเช่นนี้
พวกนางรู้จักแต่เพียงการแต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยงามต้องตาเท่านั้น
“นาง...ดีมากพ่ะย่ะค่ะ” แม้จะมีคำเชยชมสวยหรูมากมายขนาดไหนแต่ก็มิอาจเทียบเท่าคำว่าดีมากคำนี้
หลงเทียนอวี้หันไปมองใบหน้าที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้ตนเองแววตาที่เคยเ็าแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนหลายเท่าตัว
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว แต่ว่านะน้องสาม พี่ใหญ่ยังไม่เข้าใจเหตุใดอยู่ดีๆ เ้าจึงแต่งงานกับบุตรีของเจิ้นหนานโหวเล่า? หรือน้องสามมีแผนการอันใดที่ไม่อาจบอกให้ผู้อื่นล่วงรู้กัน?”
คำพูดของไท่จื่อเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหลงเทียนอวี้
สีหน้าเ็า หลงเทียนอวี้กระตุกยิ้มเล็กน้อยพยายามปิดบังความเสียใจในดวงตา
เขายังจำตอนนั้นได้ดีพี่ใหญ่หรือไท่จื่อผู้นี้มักจะพาตนเองและพี่สองไปเล่นที่นอกวัง
ฮองเฮามักคิดทำร้ายตนเองเสมอมาแต่เป็พี่ใหญ่ที่คอยแอบบอกแผนการให้ตนเองฟัง ดังนั้นเขาจึงเอาตัวรอดได้
ดังนั้นฮองเฮาจึงนำหมู่เฟยมาบังคับข่มขู่ตนเองเขาไม่เคยโกรธพี่ใหญ่เลยแม้แต่น้อยแต่มิรู้ว่าเพราะเหตุใดพี่ใหญ่จึงแปรเปลี่ยนและเกลียดชังเขาถึงเพียงนี้?
“เฉินตี้ไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นก็ดี น้องสาม จงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีความรักที่เ้าได้รับมันมากเพียงพอแล้ว”
ไท่จื่อส่งเสียงเ็า ั์ตาเย็นะเื
ตอนนี้เขาเสียใจเหลือเกิน เหตุใดเมื่อตอนเยาว์วัยเขาจึงฟังเพียงคำของหมู่เฟยเขาควรกำจัดเสี้ยนหนามไปั้แ่ตอนนั้น วันนี้เขาคงไม่ต้องเสียใจภายหลังเช่นนี้
“คุณหนู คุณหนูเป็อะไรไป!”
“หวู่เอ๋อร์ หวู่เอ๋อร์เป็อะไรไป!”
ท่ามกลางความเงียบสงบ อยู่ๆ เสียงแผดร้องก็ดังขึ้นที่ด้านข้างของฮองเฮา
หลินเมิ้งหยาเดินเข้าไปด้วยท่าทางสงบนิ่งทว่านางกลับได้เห็นหลินเมิ้งหวู่ที่ยังปกติดีเมื่อครู่ปิดตาสนิทใบหน้าขาวซีดและอยู่ในอ้อมกอดของฮองเฮา
“เข้ามา ตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!”
ฮองเฮาพยายามปกปิดน้ำเสียงของตนเองเอาไว้แต่ถึงกระนั้นก็ยังััได้ถึงความโกรธเกรี้ยว
อยู่ๆ หลินเมิ้งหวู่ก็อ้วกออกมาเป็เืสีดำหลินเมิ้งหยาสงสัย ไม่สิ มันเหมือนว่านางถูกวางยาพิษ!
เป็ไปได้อย่างไร...
“พระชายาอวี้ เ้าบังอาจนักเ้าวางแผนชั่วทำร้ายเปิ่นกง! เข้ามา จับนังคนสารเลวไปเข้าคุก”
เสียงโกรธเกรี้ยว ขณะเดียวกันองครักษ์อวี่หลิน1เดินเข้ามาจับกุมตัวหลินเมิ้งหยา
“ข้าไปเองได้” นางไร้ซึ่งความหวาดกลัวอีกทั้งยังไม่คิดดิ้นหนี แต่นางกลับเหลือบมองฮองเฮาด้วยแววตาสงบนิ่งดวงตาที่เหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้มนั้นยังเจือไว้ซึ่งการเย้ยหยัน
“พระชายาอวี้ เชิญ!”เพราะความน่าเกรงขามทำให้องครักษ์อวี่หลินไม่กล้าทำอะไรเกินควรดังนั้นเขาจึงเชิญนางออกไปด้วยความเคารพ
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันจะไม่อยู่บ้านสักสองสามวันได้โปรดรักษาพระองค์ด้วย” เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลงเทียนอวี้ หลินเมิ้งหยาถวายคำนับสีหน้าสงบนิ่ง ท่าทางประหนึ่งคนที่กำลังไปจากบ้านเท่านั้น
หลงเทียนอวี้พยักหน้าลงก่อนจะหมุนตัวไปปลอบโยนพระสนมเต๋อเฟย
งานเลี้ยงที่จัดอยู่ดีๆ กลับต้องจบลงแบบนี้
ทุกคนคิดว่าฮองเฮาจะโกรธกริ้วเป็อย่างมากแต่คิดไม่ถึงเลยว่าฮองเฮาและไท่จื่อจะรีบกลับไปทันที
ความสนุกสนานครึกครื้นพลันจบลง
ภายในคุกหลินเมิ้งหยานั่งอยู่บนกองฟางด้วยท่าทางสงบเสงี่ยม ถอดผมที่ถูกเกล้าลงแม้บนพื้นจะเต็มไปด้วยฝุ่น แต่กลับมิส่งผลอันใดต่อความสง่างามของนางเลย
สามวันแล้ว นับั้แ่วันที่นางถูกจับตัวมาเวลาล่วงเลยไปถึงสามวัน
ราวกับว่าถูกโลกภายนอกลืมเลือนหลินเมิ้งหยายังคงนั่งด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความกระวนกระวายอีกทั้งยังไม่ส่งเสียงเอะอะใดๆ
ในที่สุดด้านนอกคุกก็มีเสียงดังขึ้น
ร่างสวมชุดดำทั้งชุดเดินเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าของห้องขังก่อนจะหยุดลงตรงหน้าคุกของหลินเมิ้งหยา
“เ้าอยู่รับใช้ที่นี่ ห้ามมิให้ใครเข้าใกล้”
ร่างชุดดำเปิดผ้าคลุมศีรษะออก ใบหน้าเ็าของฮองเฮาปรากฏขึ้นต่อหน้าหลินเมิ้งหยา
หลินเมิ้งหยาที่ไม่รู้ว่าลืมตาั้แ่เมื่อไรกระตุกยิ้มขึ้นอะไรที่ต้องมา ในที่สุดก็มาเสียที
“เหตุใดจึงวางยาเปิ่นกง!”
ภายใต้ชุดดำ ฮองเฮาแสดงสีหน้าเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลงสายตาที่มองทางหลินเมิ้งหยาเ็าดุจน้ำแข็ง
“ไท่จื่อยังสบายดีอยู่หรือเพคะ?”คิดไม่ถึงเลยว่าประโยคแรกที่หลินเมิ้งหยาเอื้อนเอ่ยจะทำให้ฮองเฮาต้องชะงักสายตาส่งสัญญาณร้องเตือน
“เหตุใดจึงถามถึงไท่จื่อ? หรือว่า...เ้าทำอะไรไท่จื่อ?”
หลินเมิ้งหยากลับกระตุกยิ้มสวยงามั์ตาสุกสกาวดั่งหยดน้ำ
“ฮองเฮาทำอะไรกับหม่อมฉันเอาไว้หม่อมฉันก็ทำเช่นนั้นแหละเพคะ มันเป็มารยาท”
เป็ไปไม่ได้!
สายตาของฮองเฮาเปลี่ยนไปแต่แน่นอนว่าสภาพจิตใจของไท่จื่อไม่เหมือนเดิม
ทว่าหมอหลวงที่ไปตรวจกลับไม่พบความผิดปกติใดๆหรือนังสารเลวคนนี้กำลังหลอกตนเอง?
“เื่มาถึงขนาดนี้แล้วเ้าอย่าได้คิดว่าจะรอดพ้นจากความตายที่เปิ่นกงมาก็เพราะ้าบอกอะไรบางอย่างกับเ้า”
“จะให้หม่อมฉันแว้งกัดพระสนมเต๋อเฟยหรือจะให้หม่อมฉันแว้งกัดท่านอ๋องอวี้ หรือว่า...จะให้หม่อมฉันแว้งกัดทั้งสองพระองค์ดีล่ะเพคะ?”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้สายตาของฮองเฮาเ็ายิ่งขึ้น
************************
1 องครักษ์อวี่หลินคือองครักษ์ประจำตัวของฮ่องเต้และฮองเฮา