ตัวละครลับตระกูลเคล

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

    “…เสียงอะไร?”

        เสียงทุ้มแบบผู้ชายมีอายุดังขึ้นทำให้เพนนีรีบคลานเข่าเข้าไปหลบตรงซอกกำแพงตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอลีบตัวหลบมุมอยู่ข้างในก่อนที่หูจะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินเข้ามาใกล้

        หญิงสาวยกมือขึ้นมาปิดจมูกกับปากตัวเองเพราะกลัวเสียงลมหายใจจะดังมากเกินไปแล้วมีคนได้ยินเข้า เธอนั่งคู้ตัวอยู่แบบนั้นกระทั่งเสียงการก้าวเดินเงียบลงแล้วค่อย ๆ ห่างออกไปในที่สุด

        “กรอบรูปตกครับท่าน”

        ท่านงั้นเหรอ…

        ระหว่างคิ้วของเพนนีย่นเข้าหากันยุ่งเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายรายงานใครสักคนไปแบบนั้น เธอมองตรงไปฝั่งตรงข้ามถึงได้เห็นว่ามีกรอบรูปที่เคยแขวนอยู่ตรงผนังตกลงมาจริง ๆ

        “เสียงอย่างกับคนล้ม ช่างมันเถอะ”

        เสียงเหมือนคนแก่เลย…

        ใบหน้าสวยโผล่ออกมาจากมุมกำแพง เธอมองผู้ชายใส่สูทโค้งตัวให้ใครสักคนที่เธอเองก็ไม่สามารถมองเห็นจากจุดนี้ได้

        “เมื่อกี้แกพูดถึงไหนแล้วนะ”

        “…เ๱ื่๵๹สัมปทานที่ปู่บอก คนของผมรายงานมาว่าฟรานซิสยังไม่มีกำหนดการที่จะเปิดเผยหรือป่าวประกาศต่อสาธารณะชน ถ้าเป็๲…”

        “เอเธนส์ ฉันรับแกมาจากบ้านเด็กกำพร้าเพื่อให้แกมาบอกกับฉัน ว่าแกจัดการเ๹ื่๪๫ง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้น่ะเหรอ?”

        เสียงของคนมีอำนาจขัดขึ้นมา แต่ครั้งนี้มันกลับดูกดดันและไม่ค่อยเป็๲มิตรกับคู่สนทนาเท่าไหร่นัก

        เอเธนส์ ปู่…อย่าบอกนะว่า

        เพนนีเรียบเรียงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เธอทวนชื่ออีกครั้งในหัว จากนั้นหญิงสาวก็อ้าปากอย่างคนเพิ่งปะติดปะต่อเ๱ื่๵๹ราวได้

        นี่มันเ๹ื่๪๫บ้าอะไรกัน เมื่อกี้ฉันจำได้ว่ายังไม่หลับสักหน่อย แค่ทิ้งตัวนั่งกับเตียงเองนะ แล้วจะฝันได้ยังไง!?

        “ขอโทษครับ”

        “แล้วแกล่ะ จะตอบแบบมันหรือยังไง?”

        เอ็ดมันด์ละสายตาออกจากเอเธนส์ที่เพิ่งเอ่ยปากขอโทษแล้วหันไปสนใจผู้ชายผมบลอนด์แทน

        “ไม่ครับ ผมนัดคุยกับฟรานซิสแล้ว คงต้องรอเจอกันก่อนถึงจะตอบได้”

        นั่นเสียงวาดิมไม่ผิดแน่…

        เพนนีค่อย ๆ ชะโงกหัวออกมา เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาเกาะอยู่ตรงมุมกำแพงเมื่อเห็นว่าผู้ชายใส่สูทสามสี่คนเดินออกไปด้านนอกแล้ว

        คนตัวเล็กมองโถงขนาดใหญ่ตรงหน้าที่มีผู้ชายสามคนกำลังนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีวาดิมนั่งอยู่ด้วย ส่วนตรงหัวโต๊ะก็เป็๲ผู้ชายแก่ผมขาวโพลน และชายผมดำสนิทอีกคน นั่นน่าจะเป็๲เอเธนส์นะ

        “เจอกันครั้งหน้าหวังว่าจะมีคำตอบที่ดีกว่านี้ให้ฉัน พวกแกน่าจะรู้ว่าฉันอยู่ได้อีกไม่นาน จัดการในเ๹ื่๪๫ที่ควรจัดการซะ…ฉันคงไม่ได้เลี้ยงพวกแกมาให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำไปวัน ๆ หรอกจริงไหม?”

        เอ็ดมันด์พูดเสียงเข้ม ชายแกมองหน้าบุตรบุญธรรมสลับกันก่อนจะดันเก้าอี้แล้วลุกขึ้นยืนโดยมีไม้เท้าคู่กายกับผู้ชายใส่แว่นอายุราว ๆ ห้าสิบปีตรงเข้ามาหา

        เพนนีมองบรรยากาศน่าอึดอัดตรงหน้า เธอเหลือบตามองอาหารหลายจานที่เหมือนยังไม่มีใครกินกับจานเปล่าสองใบของวาดิมและเอเธนส์ ที่ยังสะอาดอยู่ตรงหน้าพวกเขาเช่นกัน

        “ฉันอิ่มแล้ว พวกแกกลับกันไปได้ละ”

        “ครับ / ครับ”

        ชายหนุ่มสองคนรับคำแล้วลุกขึ้นยืนพร้อมกัน พวกเข้าโค้งตัวให้ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าอย่างเอ็ดมันด์ที่ตอนนี้มี ‘เจย์’ ผู้ช่วยคนสนิทคอยประกบไม่ห่าง

        อันนี้เรียกกินแล้วเหรอ!? เหมือนมานั่งรวมกันอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดมากกว่ามั้ง

        คนที่แอบลอบดูสถานการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งบ่นขึ้นในใจ เธอมองชายชราค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดแล้วดึงตากลับมาที่เอเธนส์กับวาดิมเพราะพวกเขากำลังจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้

        แล้วฉันต้องไปไหนล่ะ

        เพนนียืนงงไม่นานก็ตัดสินใจเดินออกมาจากมุมกำแพง ทำให้ร่างสูงผมบลอนด์หันขวับมาที่เธอ ๲ั๾๲์ตาของเขาเบิกโตขึ้นแล้วรีบเดินตรงเข้ามาหาทันที

        หมับ!

      “เธอมาทำอะไรที่นี่ เป็๲คนของปู่เหรอ?”

        “มึงพูดกับใคร”

        วาดิมที่เพิ่งเดินมาคว้าข้อมือเพนนีต้องหันกลับไปหาเอเธนส์แทน เมื่อผู้ชายด้านหลังถามขึ้นมาแบบนั้น เขาหันกลับไปมองหน้าเอเธนส์แล้วค่อย ๆ หันใบหน้าช้า ๆ กลับมาหาผู้หญิงที่เขากำลังจับข้อมือเอาไว้

        “…ผู้หญิงคนนี้ไง”

        “ผู้หญิงอะไรของมึง งานเยอะจนประสาทแดกรึไง หรือคิดจะหลอกผีกูงั้นเหรอ!?”

        เอเธนส์สอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วพ่นลมออกมาจากปาก เขาพูดทิ้งท้ายแบบนั้นแล้วสาวเท้าเดินออกไปทันที วาดิมมองตามหลังชายผมดำสนิทไป แม้ใบหน้าของชายหนุ่มจะยังปกติ แต่แววตาดุดันของเขากำลังฉายความงุนงงออกมา

        “มันไม่เห็นเธอจริงดิ เป็๲ผีเหรอ?”

        “ฉันไม่ได้เป็๞ผี ถ้าเป็๞ผีนายจะเห็นฉันได้ไง”

        เพนนีตอบเสียงเรียบ แม้จะประหลาดใจไม่ต่างไปจากผู้ชายตรงหน้าก็ตาม

        “คุณวาดิมจะกลับบ้านเลยไหมครับ…เอ่อ เมื่อกี้ได้พูดกับผมรึเปล่า?”

        ผู้ชายใส่สูทที่น่าจะเป็๲คนของเขาเดินตรงเข้ามาหาพลางหลุบตาลงมองมือของวาดิมที่เหมือนคว้าจับอะไรอยู่กลางอากาศ

        “กูหลอนเหรอวะ”

        แม้ปากหนาจะพูดออกมาแบบนั้นแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังลากคนตัวเล็กให้เดินไปขึ้นรถด้วยกันอีกต่างหาก

        พลั่ก!

        “…ระวังหน่อย”

        “ขอโทษครับ”

        วาดิมหันกลับไปตำหนิเมื่ออยู่ดี ๆ คนของตัวเองก็เดินมาชนหลัง แต่พอชายหนุ่มหันกลับไปกลับเห็นว่าแท้ที่จริงแล้วผู้ช่วยของเขาชนผีผู้หญิงที่เขากำลังจูงอยู่ต่างหาก เธอเลยเสียหลักมากระแทกตัวเขาอีกที

        วาดิมกับเพนนีต่างงุนงงกับสถานการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ท้ายที่สุดทั้งสองคนก็ขึ้นไปนั่งอยู่ข้างกันภายในรถอยู่ดี รถตู้คันใหญ่ขับเคลื่อนออกไปจากอาณาเขตที่พักของเอ็ดมันด์ เพื่อมุ่งหน้าพาชายผมบลอนด์กลับสู้บ้านพักของตนเอง

        ตึก ตึก พลั่ก!

      “โอ๊ย! นายมาผลักฉันทำไมเนี่ย เป็๞บ้ารึไง!”

        เพนนีโวยใส่ร่างสูงที่เพิ่งยอมปล่อยข้อมือเธอเมื่อถึงบ้านของเขา แต่ผู้ชายคนนั้นกลับผลักเธอเต็มแรงใส่คนของเขาเนี่ยสิ เป็๲ประสาทหรือไง!

        “มึงโอเคปะวะ ทำไมอยู่ดี ๆ ทำท่าเหมือนจะล้ม”

        “เออ โอเค เมื่อกี้เหมือนมีอะไรกระแทกว่ะ…ขอโทษครับคุณวาดิม”

        ชายใส่สูทที่เพิ่งถูกเพนนีชนเข้าอย่างจังรีบก้มหัวขอโทษผู้เป็๞นายอย่างวาดิมทันที เมื่อตัวเองมีท่าทีไม่เหมาะสม

        “มีแค่ฉันที่เห็นเธอจริง ๆ ด้วย…ออกไป”

        ร่างสูงพึมพำออกมาก่อนจะไล่คนของตัวเองออกไปด้านนอก เขาปรายตามองใบหน้าสวยของผีสาวอีกครั้งแล้วลากผู้หญิงคนนั้นเดินขึ้นห้องไปด้วยกัน

        “ปล่อย! ฉันเดินเองได้ แล้วฉันก็ไม่ใช่ผี ฉันชื่อเพนนี เป็๲คนด้วย”

        เพนนีร่ายยาวเป็๞ครั้งแรก เธอรู้ทันความคิดของผู้ชายตรงหน้า ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ผลักเธอใส่ผู้ชายคนนั้นอย่างเมื่อสักครู่หรอก คงอยากทดสอบสินะ ว่าตัวเองเป็๞บ้าหรือเปล่า

        กริ๊ก!

        “ชื่อเพนนี เป็๞คน ไม่ใช่ผี แต่มีฉันคนเดียวที่เห็นเธอโวยวายเนี่ยนะ!?”

        วาดิมพยายามอย่างมากที่จะเข้าใจเ๱ื่๵๹ราวแปลก ๆ ที่เกิดขึ้น เขากดล็อกประตูห้องแล้วยกแขนขึ้นกอดอกมองสำรวจผู้หญิงที่เจอหน้ากันเป็๲ครั้งที่สอง

        “อือ ถ้าฉันเป็๞ผีนายจะจับตัวฉันได้ยังไง อีกอย่าง นายต่างหากที่น่าจะไม่มีตัวตน”

        คนตัวเล็กพูดออกไป เธอค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองน่าจะหลุดเข้ามาในหนังสือเล่มนั้นของนักเขียนคนโปรด แม้จะดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่เธอก็มั่นใจว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่ใช่ฝันอย่างแน่นอน

        เพราะมันสมจริงเกินไป…

        “ฉันเนี่ยนะไม่มีตัวตน ที่นี่บ้านฉัน มีคนของฉัน และก็มีแต่คนรู้จักฉัน…แต่ช่างมันเถอะ สงสัยนรกจะส่งเธอมาให้ฉันปู้ยี่ปู้ยำล่ะมั้ง”

        วาดิมไม่พูดเปล่าแต่สาวเท้าเข้ามาใกล้ เขายื่นมือมาจับรั้งท้ายทอยเธอแล้วดึงใบหน้าเข้ามาประชิดกัน

        “นรก? นายเป็๲โรคอารมณ์แปรปรวนเหรอ ทำไมเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ไวขนาดนั้น”

        “หึ”

        มุมปากของวาดิมกระตุกยกขึ้น เขาเผยรอยยิ้มร้ายพลางมองสบตากับ๲ั๾๲์ตาสีดำขลับของเพนนี ที่ดูกี่ทีเธอก็ไม่มีแววว่าจะกลัวเขาเลย

        “…”

        “ฉันไม่ปล่อยเธอหายไปแบบครั้งก่อนแน่ มันค้างคา”

        ชายหนุ่มพูดย้ำหลังรั้งเอวบางเข้ามาแนบลำตัว เขาจ้องลึกเข้าไปใน๞ั๶๞์ตาของเพนนีที่ตอนนี้หญิงสาวไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนหรือปฏิเสธในสิ่งที่เขากำลังจะทำ

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้