ขณะที่ลิ่วจื่อไกว้เคลื่อนไหวเพื่อสังหารเย่เฟิง หนิวเหมิ่งรีบวิ่งประชิดขอบลานน้ำแข็งพร้อมใช้ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ประมวลสถานการณ์ตรงหน้า
‘เหลยินี่โง่เง่านัก ไม่รีบจบภารกิจไม่พอ ยังทำให้ทุกอย่างมันยืดเยื้อไปอีก!’
หนิวเหมิ่งไม่พอใจกับการกระทำของเหลยิตอนเผชิญหน้ากับไอ้เด็กเย่เฟิงนั่น แบบนี้ยังจะถือว่าตนเป็รั้วของชาติได้อยู่อีกหรือ? หากเปลี่ยนเป็เขา เขาคงออกคำสั่งยิงไปแล้ว!
นี่คือความต่างระหว่างหนิวเหมิ่งและเหลยิ
สำหรับหนิวเหมิ่ง ตราบใดที่ไม่ใช่ปรมจารย์คนสำคัญของยุทธจักร ไม่ว่าใครหน้าไหน เขาก็สามารถสังหารได้ทั้งนั้น ในเมื่อประเทศชาติมีกฎระเบียบอยู่ เขายังต้องกลัวอะไรล่ะ? เพียงยัดข้อกล่าวหา ‘สร้างภัยคุกคามมากเกินไป’ เขาก็สามารถจัดการอีกฝ่ายได้อย่างเต็มที่แล้ว
แต่เหลยินั้นต่างกัน เขาไม่เหมือนหลี่เฟิงหรือหนิวเหมิ่ง การกระทำของเขาย่อมมีเหตุและผล ทั้งยังสนับสนุนการอยู่ร่วมกับเหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์อย่างสันติ
ภายในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติแบ่งเป็สองฝ่ายชัดเจน คือฝ่ายหัวรุนแรงและฝ่ายอนุรักษนิยม หลี่เฟิงและหนิวเหมิ่งเป็ตัวแทนของฝ่ายหัวรุนแรง...
“ฉันจะชำระแค้นแทนยุทธจักร!”
เมื่อเย่เฟิงเห็นชายชราพุ่งโจมตีก็นึกขุ่นเคือง
ความเฉียบคมของจิตหยั่งรู้ทำให้เขารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายโคจรพลังชี่ไว้ที่นิ้ว นั่นหมายความว่าชายชราจะใช้นิ้วในการโจมตี จากท่าทีของเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่าคิดสังหารเขาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
ไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ศัตรู เย่เฟิงจึงลงมือเต็มที่โดยไม่นึกกังวล เพราะสถานการณ์ตอนนี้เป็เื่เร่งด่วน และต้องรีบตัดสินใจ
เมื่อเผชิญหน้ากับชายชราที่แข็งแกร่งกว่าหญิงชราอย่างเจวี๋ยฉิง เย่เฟิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีก กรงเล็บั ศรฝังดวงดาว กระบี่สยบั หรือกระทั่งเปลวสุริยะก็ไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้ในครั้งเดียว ดังนั้นจึงมีทางเดียวคือ เคล็ดกระบี่ไร้ตัวตน
ด้วยพลังจากแหวนกระบี่ัโบราณ แม้เย่เฟิงจะเคยใช้มันเพียงครั้งเดียวแต่ก็สามารถเข้าใจเคล็ดวิชานี้ได้ ทั้งยังจดจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ด้วย
แม้จะไม่เข้าใจชัดเจนนัก แต่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มสามารถใช้มันออกมาได้อีกครั้ง!
ความสามารถของเคล็ดกระบี่ไร้ตัวตนจะทำให้เขาเคลื่อนที่ในระยะหกสิบถึงเจ็ดสิบเมตรได้ในพริบตา ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับชายชราลิ่วจื่อไกว้ เคล็ดวิชานี้ย่อมสามารถสังหารเขาได้ในกระบี่เดียว นั่นก็เท่ากับว่าเขาต้องเปิดเผยเคล็ดวิชานี้ต่อหน้าเ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติด้วยสิ?
แต่บนโลกนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทำให้พวกเขามองเห็นการเคลื่อนไหวของเย่เฟิงได้ ดังนั้นเป็ไปได้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากเื่ที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้ก็ยิ่งดี เย่เฟิงจะได้ใช้โอกาสนี้พาร่างของซูเฟยหยิ่งหลบหนีลงทะเล
“จะฆ่าฉันเพราะหวังฮุบคัมภีร์ตระกูลเย่สินะ ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู!”
ประกายเย็นเยียบสว่างวาบในดวงตาเย่เฟิง กระบี่สีเขียวเข้มพลันปรากฏในมือ ชายหนุ่มเคลื่อนไหวพร้อมพลังชี่ที่ปะทุขึ้นมารอบตัว
กระบี่ไร้ตัวตน!
ภาพรอบตัวรวมทั้งการรับรู้ของจิตหยั่งรู้กลายเป็พร่ามัวและเริ่มบิดเบี้ยว เย่เฟิงเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในเสี้ยววินาที ร่างของเขาก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าชายชรา
เพียงกระบี่เดียว!
ฉึก!
ร่างของเย่เฟิงปรากฏขึ้นอีกครั้งด้านหลังของฝ่ายตรงข้าม ชายหนุ่มยืนอย่างมั่นคงอยู่บนพื้นน้ำแข็งพร้อมกับกระบี่สีเขียวเข้มในมือสลายไป
หลังจากนั้นทุกสิ่งรอบตัวก็กลับคืนสู่สภาพเดิม ไม่ว่าจะเป็การมองเห็นหรือการรับรู้จากจิตหยั่งรู้ไม่ได้พล่ามัวอีกต่อไป หลังใช้ทักษะนี้เป็ครั้งที่สอง เย่เฟิงก็รู้สึกคุ้นเคยและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้แล้ว เขานี่มันอัจฉริยะ!
การกระทำทั้งหมดใช้เวลาน้อยกว่าศูนย์จุดศูนย์หนึ่งวินาที ในระยะเวลาแค่นี้ย่อมไม่มีใครสามารถตอบสนองได้ทัน
แม้แต่อุปกรณ์ล้ำสมัยของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติก็ไม่อาจจับการเคลื่อนไหวของเย่เฟิงได้ ไม่เว้นแม้แต่ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ของหนิวเหมิ่ง มันจับการเคลื่อนไหวใดๆ ไม่ได้เลยราวกับคนตาบอด สิ่งที่รับรู้เพียงอย่างเดียวคือ เย่เฟิงเคลื่อนย้ายตำแหน่งเพียงชั่วพริบตา
แต่ลิ่วจื่อไกว้ที่ยังลอยอยู่กลางอากาศไม่คาดคิดเลยว่าตัวเองจะถูกเย่เฟิงแทงกระบี่ตัดขั้วหัวใจอย่างรวดเร็วแบบนี้ ร่างของชายชราสูญเสียเรี่ยวแรงและร่วงสู่พื้นในที่สุด
เคลื่อนย้ายชั่วพริบตา?
เทเลพอร์ต!
ดวงตาของเหลยิและหนิวเหมิ่งแข็งค้างและเบิกกว้าง พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็การมองด้วยตาเปล่าหรืออุปกรณ์ล้ำสมัย ร่างของเย่เฟิงเคลื่อนที่ในเสี้ยววินาทีราวกับเทเลพอร์ต นี่มันจะไม่เหลือเชื่อไปหน่อยหรือ?
ภาพจากอุปกรณ์ตรวจจับแสดงให้เห็นว่าร่างของเด็กคนนั้นะโจากตำแหน่งเดิมและปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งใหม่ มันเป็แค่การะโธรรมดา ซึ่งไม่ควรเคลื่อนที่ได้ในระยะทางที่ไกลขนาดนี้
หากมันเป็แค่การเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็ว มันคงไม่ทำให้เหลยิและคนอื่นๆ ต้องตกตะลึงขนาดนี้ แต่เย่เฟิงกลับเคลื่อนตำแหน่งได้ในชั่วพริบตาราวกับใช้เทเลพอร์ต!
หากชายชราคนนั้นสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันก็เป็เื่แปลกแล้ว
ทุกคนล้วนอยู่ในความตกตะลึง เด็กที่ชื่อว่าเย่เฟิงเป็คนของโลกใบนี้จริงหรือ? แม้แต่ผู้ฝึกวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวเช่นนั้นได้! หากเขาทำเช่นเมื่อครู่กับหลงโม่หรานล่ะ? คงไม่ทำให้อีกฝ่ายคลั่งจนแทบบ้าหรอกหรือ
ทุกคนในสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรวมทั้งเหลยิและหนิวเหมิ่งต่างกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
การเคลื่อนไหวเพียงกระบี่เดียวของเย่เฟิงทำให้กลุ่มคนรวมไปถึงเหลยิต่างตกตะลึง!
เขาไม่ลังเลที่จะหันกลับไปคว้าร่างของซูเฟยหยิ่ง โดยหมายจะะโลงทะเลเพื่อหาตัวหลงหว่านเอ๋อร์ จากนั้นจะรีบไปจากที่นี่ แต่ทันใดนั้นเอง จิตหยั่งรู้ของเขาก็รับรู้ถึงบางสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ
บ้าจริง ทำไมหลงโม่หรานถึงมาที่นี่?
……
ในขณะนั้นเอง หลงโม่หรานพร้อมด้วยสวีเซียวหยู่นั่งเรือสปีดโบตมาถึงเกาะูเาน้ำแข็ง จากนั้นแต่ละคนก็ทยอยกันลงจากเรือ
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้ฝึกวรยุทธ์คนอื่น เช่น วิหารดาบ์ ตระกูลถัง และกลุ่มอื่นมุ่งหน้ามาที่นี่จากทั่วทิศทาง เมื่อล่วงรู้ว่ามีสุดยอดสมบัติ์อยู่ที่เกาะูเาน้ำแข็ง ผู้คนทั้งหลายจะทนต่อสิ่งล่อใจแบบนี้ได้หรือ?
“ถ้าคิดจะแย่งกับฉัน ก็ช่วยประเมินความสามารถของตัวเองด้วย”
หลงโม่หรานกวาดสายตาเย็นเยียบไปยังเรือลำอื่นด้วยสายตาเ็า พลางดูถูกคนเหล่านี้อยู่ในใจ
วันนี้ เขาต้องได้สมบัติ์ล้ำค่าเ่าั้!
หลงโม่หรานก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับสวีเซียวหยู่ แต่เมื่อมองไปยังใจกลางของลานน้ำแข็ง ภาพที่เห็นก็ทำให้พวกเขายืนนิ่งเป็หินพร้อมกับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
พวกเขาเห็นอะไรน่ะหรือ?
เย่เฟิง!
แล้วยังมี ‘เทพธิดาแห่งทะเลตะวันออก’ ที่ถูกแช่ไว้ในชิ้นน้ำแข็งอีกด้วย!
ผลึกน้ำแข็งเองก็แทรกอยู่ที่พื้นกลางลานน้ำแข็ง!
สิ่งที่ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงมากที่สุดคือการได้เห็นการเคลื่อนไหวชั่วพริบตาของเย่เฟิง ทั้งยังใช้เพียงกระบี่เดียวในการปลิดชีพศัตรู
การเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ชายชราลิ่วจื่อไกว้ที่มีพลังบ่มเพาะห้าสิบห้าปี แม้จะเป็ผู้ฝึกวรยุทธ์ขั้นสูง แต่กลับถูกเย่เฟิงสังหารในกระบี่เดียว!
เกิดความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
เ้าเด็กที่ชื่อเย่เฟิง มันได้รับสมบัติ์ที่ช่วยให้ก้าวหน้าได้เร็วขนาดนี้ทั้งยังมีเคล็ดวิชาอันน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้เชียวหรือ?
เห็นได้ชัดว่าเมื่อก่อนเขาเป็เพียงเด็กนักเรียนมัธยมปลายธรรมดา ไม่เคยอยู่ในสายตาของเหล่าผู้ฝึกวรยุทธ์ด้วยซ้ำ!
แต่ในตอนนี้ กระทั่งหลงโม่หรานเองยังรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง
น่ากลัวเกินไปแล้ว
เขาจะกำจัดมันทิ้งหรือว่าจับมันไปทรมานเพื่อเค้นความลับทั้งหมดของมันดีล่ะ
เทียบกันแล้ว สวีเซียวรู้สึกว่าควรจะเป็อย่างหลังมากกว่า ถึงอย่างไรความสามารถของเย่เฟิงก็มากพอจะสั่นะเืไปทั่วยุทธจักร หากต้องฆ่าทิ้งที่นี่ก็คงเป็เรื่่องที่น่าเสียดาย
แต่สำหรับหลงโม่หรานนั้น ความคิดเดียวที่เขามีคือการฆ่า ฆ่า และฆ่า!
หากเขาไม่กำจัดมันทิ้งในวันนี้ อนาคตเขาคงต้องตกตายด้วยน้ำมือของเย่เฟิงในสักวัน!
หลงโม่หรานสีหน้ามืดมน ก้าวเท้าไปข้างหน้า
ไม่ว่าอย่างไร วันนี้เขาก็ต้องกำจัดเย่เฟิงทิ้งให้ได้!