แสงแดดยามสายส่องผ่านต้นไม้ใหญ่ลงมายังลานฝึกกลางหมู่บ้าน กลุ่มผู้กล้ากำลังรวมตัวกันอยู่ตรงกลาง เสียงดาบกระทบกัน เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังสนั่น ขณะที่บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยแรงกดดัน
ท่ามกลางเสียงวุ่นวาย มีคู่หนึ่งที่ดึงดูดสายตาได้มากที่สุด ทัคคุง กับ มาเรีย
ทัคคุงยืนอยู่ด้วยท่าทางจริงจัง ใบหน้าเปื้อนเหงื่อจากการฝึก แต่ดวงตายังเปล่งประกายซื่อ ๆ แบบเด็กหนุ่มที่ไม่รู้อะไรเลย ข้างกายเขา มาเรีย ยืนยิ้มบาง ๆ ราวกับคนที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ในร่างกายยังคงมีร่องรอยการ “ฝึกพิเศษ” เมื่อคืนซ่อนอยู่
ชายหนุ่มในกลุ่มผู้กล้าหลายคนหันมามองมาเรียด้วยรอยยิ้มมุมปาก แววตาเจือความทรงจำร้อนแรงที่เพิ่งผ่านไปเมื่อคืน ก่อนที่พวกเขาจะเบือนสายตากลับไปเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกคนรู้…ยกเว้นทัคคุงเพียงคนเดียว
“มาเรีย…เธอโอเคไหม? เมื่อคืนเธอดูเหนื่อย ๆ”
ทัคคุงถามด้วยน้ำเสียงจริงใจ รอยยิ้มอบอุ่นแตะบนริมฝีปากเขา
มาเรียชะงักไปชั่วครู่ หัวใจบีบแน่น น้ำตาแทบเอ่อขึ้น แต่เธอก็ยิ้มตอบกลับอย่างอ่อนโยน
“ค่ะ มาเรียสบายดี ทัคคุงไม่ต้องห่วงนะคะ”
เธอพูดทั้งที่ยังรู้สึกถึงความอุ่นร้อนข้นที่ท่วมขังอยู่ลึกในร่องหน้า ความเจ็บจากการโดนชุดใหญ่ยังไม่หายไป น้ำหนักของร่างชายหลายคนยังคงกดทับอยู่ในความทรงจำ แต่ต่อหน้าทัคคุง เธอทำได้เพียงแสร้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มผู้กล้าส่งสายตาล้อเลียนมา ริมฝีปากกระซิบกับเพื่อนเบา ๆ แต่แฝงไปด้วยแรงสะใจ
“ดูสิ ไอ้เด็กนั่นมันยังไม่รู้เลย ว่าตัวเองเป็แค่คนเดียวในที่นี้ที่ยังไม่เคยลิ้มรสร่องหน้าของมาเรีย ฮ่า ๆ ๆ”
เสียงหัวเราะต่ำดังลอดมาจากอีกมุม
“เมื่อคืนกูแทบแห้งตาย แต่ไอ้โง่นี่กลับยังเชื่อว่าแฟนมันบริสุทธิ์อยู่ ฮ่า ๆ ๆ”
พวกเขาหัวเราะกันอย่างเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่ทัคคุงที่กำลังยืนยิ้มอบอุ่นให้มาเรีย โดยไม่รู้เลยว่าเขากลายเป็ตัวตลกในสายตาของทั้งกลุ่ม
มาเรียได้ยินทุกคำ เสียงหัวเราะเ่าั้เหมือนหอกทิ่มแทงใจ แต่เธอก็ทำได้เพียงยิ้มให้ทัคคุง น้ำตาคลอแต่ไม่ไหล เธอรู้ดีว่าตอนนี้ร่างกายของเธอไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว…มันถูกกลืนกินไปโดยทั้งกลุ่มผู้กล้า ยกเว้นเขาเพียงคนเดียว
แต่ทัคคุง…ก็ยังคงมองเธอด้วยสายตาใสซื่อ ราวกับเธอยังเป็มาเรียคนเดิม หญิงสาวที่เขาสัญญาจะปกป้องตลอดไป
รอยยิ้มของเขาอบอุ่นเกินไป อบอุ่นเสียจนหัวใจของมาเรียเจ็บจนแทบแหลกสลาย
