เมื่อเดินทางออกจากเมืองน้ำพุร้อนแล้ว ความเร็วในการเดินทางของกองทัพเมืองแซมบอร์ดก็ค่อนข้างช้า เนื่องจากว่า พวกเขากำลังถ่วงเวลารอให้แลมพาร์ดและคนอื่นๆ ไล่ตามพวกเขาทัน หลังจากผ่านมาได้หนึ่งวันกว่าๆ ในที่สุด พวกเขาก็ออกจากอาณาเขตการปกครองของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' แห่งเมืองน้ำพุร้อนแล้ว
ใน่เวลานี้ กองคาราวานจากกลุ่มการค้าโซรอสก็เดินทางมาส่งสินค้าที่เมืองน้ำพุร้อน และผู้ที่คุมกองคาราวานนี้ก็คือผู้ดูแลเรดแนปป์และสาวชุดแดงเชอร์ลี่ย์ แน่นอนว่าพวกเขาหาข้ออ้างเล็กๆ น้อยๆ ขอติดตามกองทัพเฟแมืองแซมบอร์ดกลับไปยังเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จากข้อมูลข่าวสารที่ซุนเฟยได้รับมาจากร้านเหล้าไอวี่ที่เมืองน้ำพุร้อน ทำให้ซุนเฟยรู้ว่าผู้ดูแลเรดแนปป์จงใจกระจายข่าวลือเกี่ยวกับการต่อสู้บนยอดเขาหอคอยคู่ ดูเหมือนว่ากลุ่มการค้าโซรอสคงมีแผนการบางอย่างในใจแน่ๆ แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ดูเหมือนจะมิตรมากกว่าศัตรู ดังนั้นซุนเฟยจึงยอมให้ผู้ดูแลเรดแนปป์และคนอื่นๆ ร่วมทางมาด้วย
“ท่านพ่อ ตอนนี้พวกเราก็พ้นจากอาณาเขตของเมืองน้ำพุร้อนแล้ว ท่านวางใจขึ้นบ้างหรือยัง?” ที่ด้านหลังของกองทัพเมืองแซมบอร์ด เชอร์ลี่ย์ที่ควบม้าเคียงคู่กับเรดแนปป์ก็ถามขึ้นมา ในขณะที่สายตาของนางจับจ้องไปยังหลักเขตแดน
“มันแปลกจริงๆ นะ ั้แ่ต้นจนจบ สองคนนั้นก็ไม่ยอมปรากฏตัวออกมาสักที แบบนี้มันดูผิดไปจากนิสัยของเขา...” ผู้ดูแลเรดแนปป์ถอนหายใจออกมาพร้อมกับไอหมอกขาวๆ ใบหน้าของเขายังคงฉายแววสงสัย “ข้าจำได้ว่า ในอดีต ครู้ด อัศวินแห่งรัตติกาลที่เป็หนึ่งในสิบของอัศวินผู้ตัดสินพลั้งมือสังหารพลทหารธรรมดาของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' ไปคนหนึ่ง และนั่นทำให้เขาต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนกลับไปที่เมืองหลวงแทบไม่ทันเพราะถูกไล่ฆ่าโดยสองหมาบ้าปโตเลมีกับอัดโฟกาต แต่คราวนี้ าาแซมบอร์ดสังหารยอดฝีมือลำดับที่สามของ 'กองกำลังพายุคลั่ง' และเหล่าทหารเมืองน้ำพุร้อนไปตั้งห้าสิบกว่าคน นี่ยังไม่รวมการทุบตีบุตรชายทั้งสองคนของเขาอีกนะ ทั้งๆ ที่เป็แบบนั้น แต่สองหมาบ้านั่นกลับไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมาเลย จะไม่ให้พ่อสงสัยได้อย่างไร”
“บางทีพวกเขาอาจจะแก่แล้ว ก็เลยหมดเรี่ยวแรงกระมัง!” เชอร์ลี่ย์ตอบกลับให้บิดาของตัวเองสบายใจ
“เป็ไปไม่ได้ อย่าพูดแบบนั้นเชียว สองคนนั้นนะ...ฮึๆ ยิ่งแก่ยิ่งบ้า แม้แต่พวกชนชั้นสูงหลายคนในเมืองหลวงยังไม่กล้าทำให้สองคนนั้นไม่พอใจเลย นอกเสียจาก...พวกเขาจะค้นพบบางอย่างที่ข้าไม่ทันสังเกตเห็น” เรดแนปป์พูดขึ้นมาอย่างจริงจังพลางถูจมูกตัวเองเล็กน้อย เวลาที่เขาใช้ความคิดมักจะติดนิสัยถูจมูกเสมอ “าาอเล็กซานเดอร์แห่งเมืองแซมบอร์ด ท่านนี่มัน...ลึกลับเกินไปแล้ว บางทีข้าควรจะพูดกระตุ้นให้ท่านประธานกลุ่มการค้าโซรอสมาเที่ยวเล่นที่ราชอาณาจักรเซนิทสักครั้ง”
“บางทีหมาบ้าอาจจะเห็นว่าอีกฝ่ายบ้ายิ่งกว่าพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ลงมือ” นักดาบในชุดขาวที่เงียบมาโดยตลอดเปิดปากพูดออกมา น้ำเสียงไม่สูงไม่ต่ำ พอให้ได้ยินแค่เรดแนปป์และเชอร์ลี่ย์เท่านั้น
เรดแนปป์ได้ยินแบบนี้ก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาจะเป็ประกายขึ้นมา
……
“นี่คือเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก?”
หลังจากที่ปีนป่ายขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของเนินเขาลูกสุดท้าย ซุนเฟยก็มาถึงปากทางูเามอร์โร เขามองไปยังเมืองสีขาวที่อยู่ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตรด้วยสายตาตกตะลึง ก่อนจะรู้สึกทอดถอนใจเป็อย่างมาก
เมืองหลวงตรงหน้ามีขนาดใหญ่โตมากกว่าที่ซุนเฟยจินตนาการไว้เสียอีก ถ้าเมืองแซมบอร์ดเป็เพียงหมู่บ้านชนบทเล็กๆ เมืองน้ำพุร้อนก็คือป้อมปราการที่อุดมสมบูรณ์ และเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กก็คงเป็วิหารของเทพเ้าในตำนาน ด้านล่างของปากทางูเามอร์โรเป็พื้นที่ราบกว้างประมาณยี่สิบกว่ากว่ากิโลเมตร สุดปลายขอบของพื้นที่ราบมีเมืองสีขาวขนาดใหญ่ที่สวยงามราวกับภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริงตั้งอยู่!
ถึงแม้ว่าซุนเฟยจะคุ้นเคยกับความยิ่งใหญ่และความมหัศจรรย์ของเมืองในโลกเก่าที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าเทคโนโลยีในแผ่นดินอาเซรอทจะสามารถสร้างเมืองที่สวยงามและใหญ่โตแบบนี้ขึ้นมาได้...ที่นี่มีหอคอยเวทมนตร์ที่สูงเสียดฟ้าถึงหนึ่งพันเมตรและเมืองที่ทอดยาวไปไกลถึงเส้นขอบฟ้า ที่สำคัญยังมีูเาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมือง โดยที่บนยอดูเามีพระราชวังสีขาวตั้งอยู่ ราวกับพระเ้ากำลังมองลงมาจากยอดเขาเพื่อดูวิถีชีวิตของมนุษย์ ตัวเมืองล้อมรอบด้วยกำแพงสีขาวที่สูงเทียมฟ้า บนกำแพงเมืองขนาดใหญ่มีหอสังเกตการณ์ตั้งห่างกันจุดละหนึ่งร้อยเมตร มันดูเหมือนมีั์กำลังคอยอารักขาเมืองอย่างเนืองแน่น เมืองของพระเ้าตรงหน้านี้ แค่เห็นยังคิดว่ามันเป็เพียงภาพลวงตาเลย...ให้ตายเถอะ นี่มันสิ่งมหัศจรรย์อะไรกัน?
“มีเพียงวีรบุรุษเท่านั้นถึงจะคู่ควรกับเมืองแห่งความฝันแบบนี้!”
ซุนเฟยะโลงมาจากหลังของ 'ลมกรดทมิฬ' เขาลงมายืนนิ่งอยู่ที่ปากทางูเามอร์โร สายลมหอบใหญ่พัดเข้ามาจนผมของเขาปลิวสยายไปตามแรงลม ซุนเฟยรู้สึกใจนพูดไม่ออก ในขณะเดียวกัน เขาก็เกิดความปรารถนาที่อยากจะพิชิตเมืองตรงหน้านี้ขึ้นมา นี่เป็ความปรารถนาที่แอบครอบงำจิตใจของมนุษย์ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความปรารถนานี้ได้
ด้านหลังของซุนเฟย แช็คและตอร์เรสเพิ่งควบม้ามาถึง
ปฏิกิริยาของทั้งสองคนเหมือนกับซุนเฟยก่อนหน้านี้ไม่มีผิด พวกเขาทั้งสองคนต่างมองเห็นความใและความปรารถนาจากสายตาของอีกฝ่าย ไม่นาน คนอื่นๆ ก็เดินทางมาถึงปากทางูเามอร์โร ไม่มีใครไม่ใไปกับความยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงตรงหน้า ทุกคนต่างตกตะลึงจนตาค้าง ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นมาประหนึ่งได้พบนางในฝันก็ไม่ปาน ท่าทางของพวกเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับบ้านนอกเข้ากรุง พวกเขาอยากจะพุ่งเข้าไปในเมืองของพระเ้า อยากจะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างภายในเมืองด้วยตาของตัวเอง
กองคาราวานพ่อค้าโซรอสเดินมาถึงปากทางูเามอร์โรเป็กลุ่มสุดท้าย
พวกเขาเคยเห็นฉากแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สำหรับคนที่เพิ่งเคยมาเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็ครั้งแรก มักจะถูกความโอ่อ่าและความยิ่งใหญ่ของมันทำให้ตกตะลึงไปหลายนาที ถ้าเทียบกันแล้ว อากัปกิริยาของเหล่าทหารเมืองแซมบอร์ดยังถือว่าปกติ เพราะมีหลายคนที่หลังจากได้เห็นเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็ครั้งแรก พวกเขาถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นแล้วสวดภาวนาด้วยความตื้นตันใจหรือไม่ก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ...
“ฮ่าๆๆ สักวันหนึ่ง ข้าจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ของเมืองที่ใหญ่กว่าเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอย่างแน่นอน!”
ไม่ช้าซุนเฟยก็หายจากอาการตะลึง เขาหัวเราะออกมาเสียงดังพลางพูดออกมาด้วยความมั่นใจ ทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างได้ยินประโยคนี้อย่างชัดเจน ซุนเฟยะโขึ้นขี่หลัง 'ลมกรดทมิฬ' แล้วพุ่งทะยานไปที่พื้นที่ราบด้านหน้าเป็คนแรก เหล่าทหารที่อยู่ด้านหลังต่างโห่ร้องออกมาเสียงดัง ก่อนจะควบม้าตามหลังาาของพวกเขาไปอย่างฮึกเหิม ราวกับัที่พุ่งทะยานออกมาจากมหาสมุทรลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้าง...
เรดแนปป์จดจำประโยคที่ซุนเฟยพูดออกมาก่อนหน้านั้นอย่างตั้งใจ
เส้นทางลงจากปากทางูเามอร์โรมาที่พื้นที่ราบค่อนข้างลาดชันมาก เหมาะให้ทหารม้าพุ่งลงมาเป็ที่สุด ความเร็วของม้าศึกยิ่งลงก็ยิ่งเร็ว กองทัพเมืองแซมบอร์ดจึงดูราวกับพายุทอร์นาโดสีดำที่หมุนลงจากูเาอย่างรวดเร็ว เมื่อลงมาถึงพื้นราบ กองทัพเมืองแซมบอร์ดก็หาที่เหมาะๆ ตั้งค่ายทหารขึ้นมาทันที บนพื้นที่ราบนี้มีกองทัพย่อยของเหล่าอาณาจักรบริวารอยู่มากมาย ธงหลากสีสันโบกสะบัดอยู่ในอากาศราวกับเมฆบนท้องฟ้าที่กำลังพลิ้วไหวในสายลม บรรยากาศพร้อมรบของเหล่าทหารหลายกองทัพเข้าปกคลุมทั่วท้องฟ้า
การแข่งขันการซ้อมรบระดับอาณาจักรเหลือไม่ถึงครึ่งเดือน ตอนนี้อาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักรที่อยู่ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรเซนิทได้เดินทางมาถึงที่นี่แล้วเก้าในสิบ เมื่อพิจารณาถึงความปลอดภัยของเมืองหลวง พวกเขาไม่อนุญาตให้กองกำลังของอาณาจักรบริวารเข้าใกล้เมืองหลวงภายในรัศมีสามกิโลเมตร ทุกอาณาจักรจะต้องตั้งค่ายทหารห่างจากตัวเมืองหลวงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กถึงยี่สิบกิโลเมตร และสถานที่ตั้งค่ายจะถูกกำหนดโดยราชอาณาจักรเซนิท พวกเขาจะแบ่งขนาดพื้นที่ตามลำดับชั้นและอำนาจของอาณาจักรบริวารนั้นๆ จะไม่มีอาณาจักรบริวารไหนได้รับอนุญาตให้ตั้งค่ายใกล้เมืองหลวง หากมีใครฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษ
ในขณะเดียวกัน สี่ในสิบของกองกำลังหลักที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในราชอาณาจักรเซนิทอย่าง 'แส้เทพอัสนี ความเกรี้ยวกราดของเทพอัคนี กองกำลังต้นไม้ั์ กองกำลังพายุหิมะ' ได้กระจายกำลังไปประจำการรอบๆ บริเวณค่ายทหารของอาณาจักรบริวาร เรียกได้ว่าทหารชั้นยอดของราชอาณาจักรกว่าสองแสนนายกำลังโอบล้อมอาณาจักรบริวารอยู่ นอกจากนี้ หกในสิบของอัศวินผู้ตัดสินถูกส่งออกไปประจำการที่หอคอยเวทมนตร์ชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นรอบๆ สถานที่ตั้งค่ายทหารของอาณาจักรบริวาร การป้องกันที่เข้มงวดเช่นนี้อยู่เหนือจินตนาการของทุกคน!
เมื่อกองทัพเมืองแซมบอร์ดลงมาจากูเา ก็มีทหารจากราชอาณาจักรเซนิทเข้ามาตรวจสอบสถานะและตัวตนของพวกเขา หลังจากยืนยันตัวตนเสร็จแล้ว ก็มีอัศวินคนหนึ่งนำพวกเขาไปยังพื้นที่ที่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับกองทัพของเมืองแซมบอร์ด ตลอดทางพวกเขาได้ผ่านค่ายทหารของอาณาจักรบริวารมากมาย และมีโอกาสได้เห็นกองทัพของอาณาจักรอื่นๆ ที่มาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ชุดเกราะของพวกเขาดูแปลกตา ทหารทุกคนสูงบ้างเล็กบ้างคละกันไป อีกทั้งในระหว่างที่เดินผ่านก็มีสายตาที่มองมาอย่างเป็มิตรและอันตรายจับจ้องมาที่พวกเขาไม่ขาดสาย...
บรรยากาศภายในค่ายอบอวลไปด้วยรังสีฆ่าฟัน บรรดาผู้ที่มาเข้าร่วมการแข่งขันต่างเป็ยอดฝีมือระดับสูงในอาณาจักรของพวกเขา ในค่ายทหารนี้ไม่ขาดแคลนยอดฝีมือ เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังระงมขึ้นมาเรื่อยๆ ซุนเฟยเห็นสัตว์อสูรแปลกๆ มากมายถูกมนุษย์กำราบจนเชื่อง และยังมียอดฝีมือบางคนที่ชูอาวุธชี้หน้าเพื่อท้าทายผู้มาใหม่
ป่าเถื่อน กระหายเื บ้าคลั่ง เืเย็น...ฮึๆ ที่นี่คือสวนสนุกของสัตว์ป่าชัดๆ
-----------------------------
